จิตใจสำคัญไฉน?
ในผู้สูงวัย

     เรื่องของสุขภาพจิตที่ดีเป็นประเด็นที่ถูกให้ความสำคัญกันมากขึ้นในยุคที่หลายๆ อย่างไม่เป็นดั่งใจทำให้เราคนไทยมีความเครียดกันมาก เราได้ตระหนักว่าการมีสุขภาพจิตที่ดีย่อมเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับสุขภาพกาย ไม่ว่าในคนวัยไหนก็ตาม โดยเฉพาะคนในวัยสูงอายุซึ่งเริ่มห่วงใยในเรื่องของสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปจากวัยหนุ่มสาว ดังนั้นในโอกาสที่ HealthToday ได้ร่วมกับสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ และพันธมิตรจัดงาน Healthy Together เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เราได้เรียนเชิญคุณหมอกัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันกัลยาราชนครินทร์ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้ฟังเกี่ยวกับสุขภาพจิตผู้สูงวัย มีสาระน่าสนใจที่เรานำมาฝากกันค่ะ

     • สุขภาพจิตดีชีวีก็มีสุข : เรื่องสุขภาพ นอกจากสุขภาพกายแล้ว เรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจเพราะเกี่ยวข้องกับความสุขของชีวิต คนที่มีสุขภาพจิตดีจะทำให้สดใส ดูเป็นหนุ่มสาวกว่าอายุจริง มีเรี่ยวแรงในการทำกิจกรรมต่างๆ ปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุที่พบบ่อยๆ คือความเครียด อารมณ์หงุดหงิด และการนอนไม่หลับ ซึ่งจำเป็นต้องวินิจฉัยว่าสาเหตุของการนอนไม่หลับนั้นเกิดจากอะไร เพราะในทางการแพทย์การนอนไม่หลับของผู้สูงอายุจึงมีสาเหตุมากมายที่ต้องหาคำตอบให้พบจึงสามารถรักษาได้ถูกจุด

     • การมองชีวิตให้เป็นแง่บวก : สามารถทำให้คนเรามีความสุขได้ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน การยอมรับความเป็นจริงและไม่จำเป็นต้องรู้สึกท้อแท้กับวัยที่เพิ่มขึ้น สามารถทำตัวเองให้สดชื่นกระฉับกระเฉงได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ใจของเราเองในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ และมีการปรับตัวที่ดี      แต่คนเราจะปรับตัวเองต่อปัญหาได้ดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานก่อนหน้านั้นด้วย โดยอาจมองตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น
วัยผู้ใหญ่ เวลาที่ปัญหาเข้ามาในชีวิตแล้วเรามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าคนนั้นมีพัฒนาการในการแก้ปัญหาหรือมีประสบการณ์ชีวิตที่ดี เช่น เคยมีผลงานว่าทำประโยชน์ให้กับสังคมมาแล้ว ในยามบั้นปลายชีวิตมักจะมองว่าตัวเองมีความสุขและมีคุณค่า มีสุขภาพจิตที่ดี
ขณะที่บางคนสมัยเป็นหนุ่มสาวเกเร ไม่รับผิดชอบสังคม ไม่ทำให้คนอื่นมีความสุข พอถึงบั้นปลายชีวิตแทบนึกไม่ออกว่าตนเคยทำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตตัวเองหรือสังคมมาบ้าง คนกลุ่มนี้ก็มักจะเต็มไปด้วยความทุกข์เกาะกินใจ ไม่เหลือความภาคภูมิใจในตัวเอง

     •“อายุเป็นเพียงตัวเลข” : เป็นคำที่ใช้บ่อยสำหรับคนที่ยังรู้สึกว่าตนยังสดชื่นสดใสเช่นเดียวกับวัยหนุ่มสาว หลายคนมีความรักในวัยสูงอายุซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ควรจะเลือกคู่ที่อายุห่างกันไม่เกิน 10 ปี เพื่อลดปัญหาช่องว่างระหว่างวัยที่อาจจะเกิดตามมา

     • ความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักที่เป็นวัยสูงอายุ : หลายคู่เมื่ออยู่กันมานานๆ อาจมีวันเบื่อกันบ้าง บางคนคิดว่าต่างเข้าใจกันดีแล้วไม่ต้องใส่ใจกันมาก แต่อันที่จริงการผลัดกันดูแลซึ่งกันและกันยังมีความสำคัญอยู่ เพราะผู้สูงอายุมักจะรู้สึกว่าเริ่มจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงกลัวความโดดเดี่ยวและหวังพึ่งพิงคู่ชีวิต ถ้าอีกฝ่ายไม่เข้าใจความรู้สึกก็มักจะรู้สึกแย่ ดังนั้นการใส่ใจกันและกันวันละนิดจากพื้นฐานของความรักที่มีต่อกันก็เหมือนการรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้กับต้นไม้ที่โตแล้ว ให้ต้นไม้เจริญงอกงามแข็งแรงอยู่ได้ การทะนุถนอมความรักในชีวิตคู่ : พบว่าบางคู่ที่อยู่ด้วยกันมา ฝ่ายภรรยาเมื่อต้องดูแลลูกๆ เป็นภารกิจใหญ่จึงลืมใส่ใจสามี ดังนั้นพอถึงจุดหนึ่งเมื่อลูกโตแล้ว ก็ควรปล่อยให้เขาไปมีชีวิตส่วนตัวของเขาจะดีกว่า แล้วเอาเวลากลับมาใส่ใจกันระหว่างสามี ภรรยาเหมือนที่เคยเป็นสมัยหนุ่มสาว เหมือนผลไม้ที่สุกงอมตกลงมางอกกลายเป็นต้นใหม่ ส่วนต้นเดิมก็ยังคงแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงาให้กับต้นไม้ต้นเล็กอย่างแข็งแรง ซึ่งการถนอมความรักในชีวิตคู่รวมทั้งเรื่องของเซ็กซ์ก็ยังคงมีความสำคัญแน่นอน เคยมีงานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่ยังคงมีเซ็กซ์ในปริมาณที่เหมาะสมกับสามีหรือภรรยา จะเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีและมีอายุยืนยาว แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือฝ่ายผู้ชายยังคงมีแรง
แข็งขันในเรื่องเซ็กซ์ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของเพศชาย ขณะที่ฝ่ายหญิงมักจะใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์มากกว่าเรื่องเซ็กซ์ หลายคนถึงกับหมดอารมณ์ความรู้สึกทางเพศไปแล้ว นี้เป็นความไม่ลงตัวทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง หากเกิดปัญหาว่าคู่สามีภรรยาแม้ยังรักกันดีอยู่แต่ฝ่ายหญิงไม่พร้อมตอบสนองเมื่อฝ่ายชายมีความต้องการทางเพศ ก็ต้องมาคุย
ปรับความเข้าใจกัน เพื่อช่วยกันดูว่าจะมีทางออกทางไหนที่จะระบายความรู้สึกความต้องการทางด้านนี้ออกไปบ้างที่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทางสุขภาพร่างกายด้วย

     • ผู้สูงอายุสุขภาพจิตดี คนรอบข้างก็มีความสุข : หลายครั้งที่เราพบว่าผู้สูงอายุมักจะมีปัญหากับคนรอบข้างบ่อยๆ จากความไม่เข้าใจกัน ผู้สูงอายุมักน้อยใจว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินของลูกหลานและครอบครัว วิธีแก้ปัญหานี้สามารถทำได้โดยคนหนุ่มสาวอาจต้องมองย้อนกลับมาดูที่ตัวเองว่าเราปฏิบัติกับพ่อแม่เหมือนสมัยเด็กๆ ที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยท่านอยู่หรือไม่ ในมุมกลับกัน จิตแพทย์จึงต้องเตือนผู้สูงอายุด้วยว่า ก่อนที่จะน้อยใจลูกหลาน ท่านก็ควรมองย้อนมาที่ตัวเองด้วยว่าเรามีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ครอบครัวหรือคนรอบข้างไม่สบายใจด้วยหรือไม่ หากรู้ตัวแล้วน่าจะพอปรับแก้ไขได้ เช่น อารมณ์หงุดหงิด จู้จี้จุกจิก วุ่นวายกับลูกหลานมากเกินไป บางทีลูกๆ โตกันหมดแล้วยังมองว่าเป็นเด็กเล็กๆ คอยเจ้ากี้เจ้าการจัดการทุกเรื่องจนทำให้ลูกหลานไม่พอใจ เป็นกรณีที่พบเห็นบ่อยๆ ดังนั้นคนทั้งสองวัยจึงควรปรับตัวเพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

     • การมองใจเขาใจเรา : เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้สูงอายุกับลูกหลานได้ เช่น การลองคิดว่าถ้าเราเป็นลูก เราคงไม่อยากถูกผู้ใหญ่มาคอยวุ่นวายจู้จี้ อยากเป็นตัวของตัวเอง หรือการที่ลูกคิดว่าหากเราเป็นพ่อแม่เราคงต้องบ่นว่ากล่าวตักเตือนลูกอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่ เป็นต้น ดังนั้นหากคนไหนมาปรึกษาจิตแพทย์ ก็จะเชิญอีกฝ่ายมาร่วมทำวิธีการ “ครอบครัวบำบัด” ที่ส่งเสริมให้ทุกๆ ฝ่ายทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และบอกความต้องการของตัวเองว่าตัวเองต้องการและไม่ต้องการอะไร ให้ได้ฝึกควบคุมอารมณ์และสื่อสารกันอย่างมีเหตุผล หลายๆ ครอบครัวหลังการได้ทำบำบัดไปแล้ว พบว่าทุกๆ ฝ่ายเข้าใจว่าการที่ทะเลาะ หงุดหงิดใส่กันนั้นจริงๆ อยู่บนพื้นฐานของความรักและความห่วงใยกันและกันทั้งสิ้น นอกจากนี้บางครอบครัวก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมผิดปกติไม่น่ารักบางอย่างนั้น เกิดจากความเจ็บป่วยนั่นเอง

     • การเจ็บป่วยทางจิต : วัยที่เปลี่ยนแปลงก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทางอารมณ์เช่นกัน โรคที่เกิดตามวัยอาจแสดงออกโดย
การหงุดหงิด ชอบบ่น น้อยใจ ซึมเศร้า บางรายถึงกับมีความจำเลอะเลือน ควบคุมตัวเองไม่ได้ ดังนั้นก่อนจะตำหนิพฤติกรรมผู้สูงอายุ ลูกหลานควรมองอย่างเข้าใจให้ดีก่อนเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

     • ลดความคาดหวังจากคนอื่น : เป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุควรตระหนักเพื่อทำให้ตัวเองมีความสุขอย่างแท้จริง เช่น หวังว่าลูกหลานจะประสบความสำเร็จในชีวิต หวังว่าเขาจะมาเยี่ยมบ่อยๆ ฯลฯ หากคนที่คาดหวังไม่สามารถทำให้ได้ ก็จะผิดหวังและไม่มีความสุข จึงแนะนำว่าไม่ควรผูกติดชีวิตของตนเองไว้กับคนอื่น ชีวิตของเราก็คือของเราเอง จะมีสุขหรือทุกข์อยู่ที่เราปรับจิตปรับใจของตัวเองมากกว่าการรอคนอื่น

     นอกเหนือจากสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องดูแลตัวเองก็คือ การรักษาสุขภาพกายให้ดี กินอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังกายที่เหมาะกับวัยอยู่เสมอ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องตัวเลขอายุมากนัก มองหาสังคมคนในวัยเดียวกัน เช่น ชมรมผู้สูงอายุที่ต่างๆ เข้าร่วมทำกิจกรรมด้วยกันได้จะทำให้มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.