ผ่านวันซึมเศร้าได้ด้วยกำลังใจแข็งแรง

     ถึงวันนี้ เรื่องเครียดๆ ทางการบ้านการเมืองก็ซาลงไปไม่น้อย คงจะทำให้คุณผู้อ่านหลายๆ คนคลายความตึงเครียดทางจิตใจไปได้บ้าง


    เคยสังเกตบ้างไหมคะว่า เวลาเจอเรื่องเครียด เรื่องเศร้า ความสูญเสีย แต่ละคนก็จะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร เชื่อว่าวิธีของแต่ละท่านคงแตกต่างกันไป คนที่มีร่างกายและจิตใจเข้มแข็งเป็นปกติ เวลาเสียใจ เศร้า เหงา พอมีสิ่งใหม่มาดึงความสนใจอาการก็จะดีขึ้น โดยเฉพาะคุณผู้สูงอายุที่ได้พบผ่านประสบการณ์ต่างๆ บนโลกมามากมาย ก็มักจะหาทางกำจัดความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นให้ดับลงไปได้ไม่ยาก จนสามารถมองความสุข ความเศร้าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เดือดร้อนไปกับมัน เหมือนคนขับเครื่องบินที่มีชั่วโมงบินสูงก็ย่อมเชี่ยวชาญกว่านักบินฝึกหัด วิธีการที่หลายคนนำมาใช้อย่างเช่น การอ่านหนังสือหรือศึกษาธรรมะเพื่อให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น หรือหันไปหากิจกรรมอื่นๆ มาทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ การทำงานอดิเรก งานบ้าน การไปพบปะเพื่อนฝูง หรือคุยโทรศัพท์กับเพื่อนๆ ก็จะช่วยให้ความรู้สึกที่ไม่ดีต่างๆ นั้นคลายลงไปจนหายในที่สุด
     แต่สำหรับบางคน เมื่อเกิดความรู้สึกเสียใจ เศร้า แล้วความรู้สึก กลับไม่หายไปง่ายๆ แม้จะพยายามหักห้ามความรู้สึกแล้วก็ตาม ความ-รู้สึกแย่กับชีวิตยิ่งหลั่งไหลถาโถมเข้ามาไม่หยุด ทำให้รู้สึกไม่มีความสุขตลอดเวลา เป็นความ-รู้สึกที่คอยรบกวนการดำเนิน-ชีวิตประจำวันเรื้อรัง อย่างนี้ น่าจะลองพิจารณาดูนิดหนึ่งว่า คุณ (หรือคนใกล้ตัวคุณที่เป็นเช่นนี้) เข้าข่าย “โรคซึมเศร้า” บ้างไหม

     นพ.มาโนช หล่อตระกูล จิตแพทย์จาก รพ.รามาธิบดีได้เคยกล่าวไว้ว่า
“โรคซึมเศร้า (major depressive disorder) เป็นโรคสำคัญในทางจิตเวชศาสตร์ เนื่องจากเป็นความผิดปกติทางจิตเวชที่พบได้บ่อย ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและคนหนุ่มสาว แม้กระทั่งเด็กหรือวัยรุ่น ผู้ที่เป็นจะได้รับผลกระทบจากอาการมาก และเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดโรคทางกาย หรือทำให้โรคที่เป็นอยู่แล้วรุนแรงขึ้น อาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้หากเกิดการฆ่าตัวตาย ทั้งที่สามารถรักษาได้หากผู้นั้นได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม”

เศร้าขนาดไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?
     หากคุณหรือคนที่คุณรักมีสัญญาณของอาการซึมเศร้าต่อไปนี้ ติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ยังไม่หาย ก็น่าสงสัยว่าจะเป็นความผิดปกติทางจิตเวชมากกว่าอย่างอื่น
     
• ด้านอารมณ์ : ซึมเศร้าแทบทั้งวัน ร้องไห้บ่อยๆ บางรายอารมณ์ซึมเศร้าอาจไม่เด่นชัด แต่จะเบื่อหน่ายไม่สนใจใยดีกับสิ่งต่างๆ รอบตัว บางคนอาจนั่งนิ่งๆ ทั้งวันโดยไม่พูดกับใคร หรือหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่ายอย่างไม่มีเหตุผล อารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ
     
• ด้านความคิด : มีความรู้สึกในแง่ลบต่อตนเอง คิดถึงแต่เรื่องความผิดที่ตนเองได้ทำไป แม้ว่าจะผ่านไปนานมากแล้วอย่างไม่ค่อยมีเหตุผล ท้อแท้ หมดหวัง รู้สึกชีวิตไร้ค่า ไม่มีแรงกระตุ้นในการดำเนิน-ชีวิต หรือมีความคิดฆ่าตัวตายเพื่อให้พ้นไปจากความรู้สึกแย่ๆ ที่ เกิดขึ้น
     
• ด้านร่างกาย : เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมาก อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หรือหมกมุ่นในเรื่องอาการทางร่างกายต่างๆ บางคนอาจปวดหัว ปวดท้อง หรือปวดเนื้อตัวอื่นๆ อย่างที่แพทย์หาสาเหตุไม่พบ
     
• ด้านอื่นๆ : สมาธิและความจำเสื่อมลง การทำงานแย่ลง สัมพันธภาพกับผู้อื่นแย่ลง ปลีกตัวออกห่างจากเพื่อนฝูงหรือครอบครัวที่เคยสนิท

     อาการที่เกิดขึ้นต่างๆ ของโรคนี้ตามที่กล่าวมา เกิดจากปฏิกิริยาทางกายภาพและชีวภาพของร่างกายที่ทำงานไม่สมดุลจึงแสดงออกมาแบบนี้ มิใช่ความตั้งใจของคนที่เป็น จริตมารยา หรือความต้องการเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นอย่างที่หลายคนเข้าใจ บางบ้านที่มี คุณพ่อคุณแม่หงุดหงิด ฉุนเฉียว หรือนั่งซึมเหม่อลอย ร้องไห้บ่อยๆ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าท่านงอแงเรียกร้องความสนใจจากลูกหลาน น่าเบื่อหน่าย ให้ลองสังเกตอาการอื่นๆ ประกอบด้วย เพราะบางที ท่านเหล่านั้นอาจกำลังไม่สบายเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก็ได้ ซึ่งท่านเองก็มักไม่รู้ตัว มัวแต่จมอยู่กับอารมณ์ซึมเซาเหมือนโลกทั้งใบมืดมิด ซึ่งเป็นความรู้สึกทรมานมากอย่างที่ใครไม่ได้เป็นคงเข้าใจได้ยาก อาการ เหล่านี้จะดีขึ้นบ้างหากได้อยู่ใกล้กับคนที่รักที่เข้าใจ ได้พูดคุยระบายความทุกข์ออกมา ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ อยู่ในสภาพแวดล้อมสบาย ไม่มีสิ่งก่อความเครียด ที่สำคัญจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์
     อย่างไรก็ตาม การพาผู้สูงอายุไปปรึกษาแพทย์หรือจิตแพทย์ด้วยเรื่องของโรคซึมเศร้า ลูกหลานอาจต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นมากสักหน่อย เพราะคนส่วนใหญ่รวมทั้งตัวผู้สูงอายุเองมักจะคิดว่า เมื่ออายุมากขึ้นก็หงุดหงิดง่ายเป็นธรรมดา ถ้าไม่เจ็บไข้ไม่สบายกายจะไปรบกวนหมอทำไม หลายคนกลัวคำว่า “ผู้ป่วยทางจิต” จึงไม่กล้าบอกแพทย์ถึงสุขภาพจิตของตัวเอง ขณะที่อีกหลายคนเติบโตมาในยุคสงครามโลก ผ่านสภาพเศรษฐกิจกดดันต่างๆ มานับไม่ถ้วน อาจฝังใจ ว่าต้องอดทนไม่ปริปากบ่นแม้จะมีความทุกข์แค่ไหน จึงไม่สามารถระบายความรู้สึกที่แท้จริงออกมา และอีกหลายคนยังคิดว่าตนเองสามารถจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง จึงไม่อยากขอความ-ช่วยเหลือจากผู้อื่น อุปสรรคเหล่านี้อาจเป็นกำแพงที่ทำให้ผู้ที่เป็น โรคซึมเศร้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่
     
คนที่มีแนวโน้มอาจเป็นโรคซึมเศร้า ได้แก่ คนที่เคยมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้ามาแล้ว หรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้หรือเคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน การดื่มเครื่องดื่มมึนเมา หรือใช้สารเสพติดบางอย่าง คนที่มีบาดแผลทางใจในวัยเด็ก คนที่มีหน้าที่คอยดูแลผู้อื่น หรือคนที่เจ็บป่วยเรื้อรัง
     โรคนี้เมื่อเป็นแล้วรักษาได้ แต่ไม่หายขาด เมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องแล้วจะทำให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีขึ้นดังปกติ แต่ก็อาจมีโอกาสที่โรคจะกลับมากำเริบได้อีก ดังนั้นผู้ที่เป็นจำเป็นต้องดูแลตัวเองให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกแย่ต่างๆ ให้น้อยที่สุด ด้วยการหันไปหากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เช่น ออกกำลังกาย ทำสวน เดินเล่น เยี่ยมลูกหลาน การมีเพื่อนหรือการได้พบปะพูดคุยกับคนอื่นๆ เป็นยาที่ดีที่สุด และสำหรับบางคนการสมัครเป็นอาสาสมัครหรือทำงานอดิเรกให้กับชุมชนที่อยู่จะทำให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น การศึกษาพระธรรม อ่านหนังสือฝึกความแข็งแรงทางจิตก็จะช่วยเป็นเกราะป้องกันซึมเศร้าได้ในระดับหนึ่ง หรือการร่วมแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างคนที่เป็นโรคเดียวกันก็จะทำให้ได้เพื่อนที่เข้าใจกันเพิ่มขึ้น ไม่รู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว ก็จะช่วยให้สภาพจิตใจแข็งแรงขึ้นด้วย


    
 หากรู้สึกเศร้า ต้องเศร้าอย่างมีสติ ถ้าโลกเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีดำมืดขึ้นทุกทีๆ ควรพาตัวเองไปปรึกษาแพทย์ ยิ่งวินิจฉัยได้เร็วและเริ่มการรักษาเร็วก็หมายถึงโอกาสหายเป็นปกติมีมากขึ้น โดยมีครอบครัวและเพื่อนเป็นกำลังใจที่สำคัญมากที่สุด






For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.