ความสุขที่แท้นั้นอยู่ใกล้ๆ
คุณแดงในวัย 64 ปี อดีตข้าราชการระดับหัวหน้ากองซึ่งเกษียณอายุมาเมื่อ
4 ปีก่อน ปกติแกจะมีโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัว แต่ไม่ค่อยเดือดร้อนนักเพราะความที่หมั่นไปพบหมอทุกครั้งตามนัดไม่เคยขาด
วันนี้คุณแดงใช้ชีวิตอยู่กับบ้านปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา โดยมีคุณลุงวรรณคู่ชีวิตอยู่เป็นเพื่อน
ทั้งสองคนไม่ค่อยเหงาแม้ลูกๆ จะแยกย้ายกันไปมีครอบครัวของตัวเองเหลือเพียงลูกชายคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนก็ตาม
เพราะมีอะไรทำตลอดเวลา บางวันก็พากันไปพบปะญาติมิตรเพื่อนฝูงสมัยเรียนหนังสือหรือที่ทำงานเดียวกัน
วันไหนไม่รู้จะทำอะไรคุณวรรณก็ลุกขึ้นมาซ่อมนั่นซ่อมนี่ในบ้าน
ขณะที่คุณแดงก็หยิบปากกาขึ้นมาจดเนื้อเพลงเก่าที่เคยชอบร้องสมัยสาวๆ
ไว้ในสมุดจดเล่มโต จดไปร้องตามไปด้วย พอลูกหลานมาเยี่ยมถามว่า
แม่...จะไปเตรียมไปร้องที่ไหนคะ? คุณแดงก็ตอบเสียงใสทุกครั้งว่า
จะต้องฝึกไว้ เดี๋ยวไปทัวร์ครั้งหน้า เพื่อนๆ ยุให้ขึ้นไปร้องเพลงจะได้โชว์ได้
ว่าแล้วก็หัวเราะสนุก ทำให้คนรอบข้างอดไม่ได้ต้องหัวเราะไปด้วย
อีกครอบครัวหนึ่ง...คุณน้อย เป็นคุณแม่ของลูก 5 คน สมัยยังสาวเป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงานอะไร
สามีเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว ลูกๆ มีงานการมั่นคงและต่างแยกย้ายกันไปมีครอบครัวเช่นกัน
คุณน้อยพักอยู่กับลูกชายมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการโรงงานใหญ่
วันหนึ่งๆ ต้องทำงานหนักกลับบ้านค่ำ คุณน้อยเฝ้ารอเวลาเย็นที่ลูกจะกลับบ้าน
และรอวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะมีลูกคนอื่นๆ กลับมาเยี่ยมเยียนพร้อมหลานๆ
ทำให้วันเวลาแต่ละวันผ่านไปช้ามากในความรู้สึก แต่ละวันจะเตรียมทำกับข้าวเพื่อรอลูกกลับจากที่ทำงาน
แต่ถ้าวันไหนลูกเลิกงานค่ำกินข้าวมาจากนอกบ้านแล้ว คุณน้อยก็จะรู้สึกผิดหวังห่อเหี่ยวใจ
พอถึงวันหยุดวันไหนที่ลูกหลานติดธุระมาหาไม่ได้ก็ได้แต่นั่งซึมหงอย
รู้สึกว่าตัวเองไม่สบาย บางทีก็พร่ำบ่นน้อยใจสามีที่ชิงลาโลกไปเสียก่อน
ลูกๆ ก็พยายามผลัดกันมาเยี่ยมแม่ แต่พอเห็นแม่เป็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ในกรณีของคุณแดงและคุณวรรณคู่แรกนับว่าเป็นคู่ที่มีความสุขในวัยสูงอายุ
แม้จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพกายบ้างแต่เมื่อสุขภาพจิตดี ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข
ที่มาของการมีสุขภาพจิตดีก็เกิดจากการได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างสรรค์
เช่น การปลูกต้นไม้ดอกไม้ทำให้ได้ปลื้มใจเวลาที่เห็นดอกไม้บาน
เห็นปลาที่เลี้ยงโตขึ้นมาออกลูกหลานก็ทำให้จิตใจเป็นสุข การได้เจอเพื่อนที่คุ้นเคยวัยเดียวกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ
แม้แต่การซ่อมแซมสิ่งของที่เสียหายให้กลับมาใช้ได้ก็ทำให้รู้สึกดี
มีชีวิตที่ก้าวไปข้างหน้า ไม่มัวหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับความหลัง
ความเศร้าที่ผ่านมาในชีวิตจนทำให้เกิดความเครียด
ขณะที่กรณีของคุณน้อย ซึ่งคนที่มองจากภายนอกก็คิดว่าน่าจะเป็นคนที่มีความสุข
เพราะมีลูกๆ ดี ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่แท้จริงกลับอยู่ที่ภายในใจของคุณน้อยเอง
ที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากความรู้สึกน้อยใจที่คิดว่าลูกๆ ไม่สนใจ
จึงมองตัวเองแต่ในด้านลบ ยิ่งพยายามชดเชยด้วยการหวนหาแต่ความทรงจำดีๆ
ในวันเวลาเก่าๆ ที่ไม่มีวันกลับคืนมาในชีวิตจริงยิ่งแย่ใหญ่
ขณะที่ลูกๆ ต่างก็ให้เวลากับตัวเองและครอบครัวใหม่จนบางครั้งลืมนึกถึงความรู้สึกห่วงหาอาทรของแม่
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แก้ง่ายแต่ทำยาก เพราะเป็นปัญหาที่สั่งสมมานานหลายปี
คงต้องอาศัยเวลาและการช่วยกันประคับประคองความรู้สึกของคนในครอบครัวให้มากขึ้น
คนที่รู้สึกอย่างคุณน้อย น่าจะลองหันมามองตัวเองในมุมใหม่
การทำความเข้าใจกับความรู้สึกทุกข์ที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อย แล้วลองปรับเปลี่ยนมุมมองออกมานอกตัวเอง
เลิกจดจ่ออยู่กับการรอคอยลูกๆ แต่ใช้เวลาไปทำอย่างอื่นที่สนุกกว่านั้น
เช่น ไปคุยกับเพื่อนบ้าน เป็นสอนหนังสือเด็กในหมู่บ้าน เป็นอาสาสมัครให้กับสังคมใกล้ตัว
จะทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น บางครั้งอาจลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ดูบ้างเพื่อจะได้เข้าใจว่าลูกหลานกำลังทำอะไรอยู่
ประดิษฐ์คิดค้นสูตรอาหารจานเด็ดไปฝากเพื่อนๆ หรือหากได้นำประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิตถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังได้เรียนรู้ก็ไม่เลวนัก
ซึ่งยังได้ผลดีกับตัวเองด้วยเพราะเมื่อมีเรื่องอื่นให้สนใจจะได้ไม่ต้องจดจ่ออยู่กับอารมณ์เศร้าหรือความทุกข์ที่ผ่านมา
และการให้อะไรกับคนอื่น คุณก็จะได้ความรู้สึกดีตอบแทนกลับมาโดยอัตโนมัติ
ได้รู้ว่าอันที่จริงชีวิตเรานั้นก็ยังมีค่า มีความหมายต่อโลกอีกมาก
ความรักที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนอื่นก็จะทำให้โลกของคุณก็จะไม่หมองเศร้าอีกต่อไป
แปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ในชีวิตต่อไปได้เป็นอย่างดี
สำหรับคนที่ลูกหลานอยู่ไกล ไม่ค่อยมีโอกาสมาเยี่ยมเยียน หรือมีลูกหลานที่มีปัญหาทำให้ไม่สบายใจเสมอ
คุณอาจกำลังรู้สึกเหงาว้าเหว่ไม่มีทางออก การได้หันไปศึกษาธรรมะเพื่อให้เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตก็คงเป็นวิถีทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณสบายใจขึ้น
พยายามอย่าอยู่คนเดียวและจมอยู่กับปัญหาบางอย่างที่แก้ไม่ได้
แต่หาโอกาสพูดคุยกับเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจได้เพื่อระบายความทุกข์ออกมาแล้วปล่อยวางไปเสีย
เบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองด้วยการหาอะไรทำที่มีคุณค่า คุณจะได้ไม่จมติดกับความทุกข์ตลอดเวลา
ใครที่เป็นลูกลองหันกลับมามองคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านดูสักหน่อยว่าวันนี้ท่านเป็นอย่างไร
หาเวลาเข้าไปกอด หรือพูดคุยถามความรู้สึกของท่านบ้างว่าวันนี้เป็นอย่างไร
พาหลานๆ ไปเยี่ยมเยียนท่านบ่อยๆ โดยเฉพาะในเทศกาลแห่งความสุขปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้
เป็นเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ท่านรอคอยคุณอย่างใจจดใจจ่อ ใช้วันเวลาดีๆ
เหล่านี้ในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ๆ ระหว่างคุณกับครอบครัวที่รักคุณและเป็นของคุณเสมอ
แล้วจะพบว่าความสุขในชีวิตนั้นอยู่ไม่ไกลจริงๆ ค่ะ
|