3

ไขใจผู้สูงอายุ เพื่อกลบรอยโหว่ระหว่างวัย

     การอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ที่อาจเป็นพ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง บางครั้งเราอาจสับสนกับพฤติกรรม และการตัดสินใจบางอย่างของท่านเหล่านี้ เพราะบางครั้งก็จะปฏิเสธคำแนะนำของเรา หรือหลายครั้งก็ทำตัวดื้อไม่ต่างจากเด็ก สิ่งนี้กลายเป็นช่องว่างระหว่างวัย แล้วจะมีวิธีการถมช่องว่างดังกล่าวอย่างไร ทางออกก็คือการหันมาเข้าใจถึงสาเหตุที่ซ่อนอยู่หลังพฤติกรรมเหล่านี้ ผ่านการสื่อสาร เพราะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้เราเข้าใจพวกท่านมากยิ่งขึ้น แล้วนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ราบรื่นในครอบครัว

     วัยสูงอายุ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของชีวิต หลายคนอาจมองว่าเป็นวัยที่มีแต่ริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น และศักยภาพที่ถดถอย แต่แท้จริงแล้ววัยนี้มีความซับซ้อนมากกว่านั้น เพราะวัยสูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม อันก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและจิตใจ เพราะต้องดิ้นรนต่อสู้กับโรคต่างๆ และการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ดังนั้นสิ่งที่จะตามมาคือการพยายามต่อสู้เพื่อควบคุมพื้นที่ในสิ่งที่จะสามารถควบคุมได้ และอาการหวนหาอดีต แล้วอาการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดื้อดึงของผู้สูงอายุอย่างไร เรามีตัวอย่างมาให้ศึกษาดังต่อไปนี้

     ตัวอย่างที่ 1 เมื่อคุณกำลังพูดกับคุณพ่อ (ท่านอยู่คนเดียว เพราะคุณแม่คุณได้เสียชีวิตแล้ว) ถึงเรื่องการย้ายที่อยู่ให้ไปอาศัยอยู่กับคุณ เนื่องจากสุขภาพที่ทรุดโทรมลงของท่าน ขณะที่คุณกำลังบอกว่าจะทำอะไร และจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและเร่งรีบ แต่คุณพ่อของคุณกลับดึงการสนทนาให้ช้าลง ด้วยการเล่าเรื่องอดีตของบ้านหลังนี้ตอนคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณเพิ่งแต่งงานกันใหม่
ความจริงที่เกิดขึ้น : เบื้องหลังของอาการเช่นนี้เกิดจากการหวนรำลึกถึงอดีต ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยที่คุณพ่อของคุณรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม โดยในขณะที่กำลังพิจารณาถึงข้อดีของการย้ายที่อยู่ แต่ก็ยังหวนนึกถึงวันวานว่าบ้านหลังนี้มีความหมายต่อตัวเองแค่ไหน ในตอนที่ท่านย้ายเข้ามาพร้อมกับเจ้าสาว อาการดังกล่าวเป็นที่มาของการไม่ตอบสนองสิ่งที่คุณต้องการ

     ตัวอย่างที่ 2 คุณแม่ของคุณมักบ่นเรื่องปัญหาสายตา ที่ทำให้ลำบากเวลาอ่านหนังสือตอนกลางคืน แต่ทุกครั้งที่คุณแนะนำว่าให้นัดหมอ ท่านก็ต่อต้าน พอคุณจะดำเนินการนัดให้เอง ท่านก็ยกเลิกในนาทีสุดท้าย และยังยืนยันว่าสายตาของท่านยังดีอยู่
ความจริงที่เกิดขึ้น : การที่คุณแม่ของคุณปฏิเสธจะไปหาหมอ เป็นเพราะว่าท่านไม่ต้องการทราบว่าสายตาของตนเองกำลังฝ้าฟางลง เพราะนั่นหมายความว่าการใช้ชีวิตจะถูกจำกัด และจะสูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเอง

     ตัวอย่างที่ 3 ทุกครั้งที่คุณไปพบคุณพ่อคุณแม่ ท่านจะคุยแต่เรื่องปัญหาสุขภาพ ไม่เฉพาะปัญหาของตัวท่านเองเท่านั้น บางครั้งก็มีเรื่องเพื่อนของท่าน เพื่อนบ้าน แม้กระทั่งคนแปลกบ้าน จนคุณอาจรำคาญอยู่ในใจว่าไม่มีเรื่องอะไรมาคุยกันแล้วหรือ
ความจริงที่เกิดขึ้น : อาการเจ็บป่วยเป็นสมรภูมิรบของผู้สูงอายุ เพราะต้องดิ้นรนต่อสู้กับร่างกายที่กำลังทรุดโทรมลงเรื่อยๆ และความเสื่อมโทรมนี้ได้ขโมยการเคลื่อนไหวของร่างกาย การพึ่งพาตัวเอง และการใช้ชีวิต เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกหากผู้สูงอายุในบ้านของคุณจะมีแต่เรื่องปัญหาสุขภาพมาคุยกับคุณ

     แม้การเข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่ของคุณได้ผ่านอะไรมาบ้างในอดีต อาจไม่ได้ทำให้ความสับสน และความหงุดหงิดในหัวใจหายไป แต่สิ่งนี้จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างคุณกับพวกเขาราบรื่นขึ้น และยังช่วยให้พวกเขาก้าวผ่านห้วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้ ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นตามมาคือสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว และต่อไปนี้เป็นคำแนะนำที่จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างคุณกับผู้สูงอายุในครอบครัวมีความราบรื่นยิ่งขึ้น

     จัดสรรเวลา : การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณพ่อคุณแม่ที่สูงอายุจะมีประสิทธิภาพและน่าพึงพอใจ หากคุณมีเวลาให้พวกเขามากกว่าแค่การพูดคุยกันเพียง 2-3 นาที หรือโทรศัพท์คุยกันระหว่างทำงาน จริงอยู่ว่าคุณอาจไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่การจัดสรรเวลา เช่น ช่วงหลังอาหาร หรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ และคุณจะพบว่าการมีเวลาอย่างเพียงพอจะช่วยให้การสนทนาลื่นไหล และนำไปสู่การเปิดเผยสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในใจซึ่งท่านมีความกังวล หรือเป็นอดีตฝังใจของท่าน

     ฟัง ฟัง ฟัง : อดทนฟัง แม้ว่าบางครั้งคุณพ่อคุณแม่จะทำให้การสนทนาไม่เข้าประเด็นตามที่คุณต้องการ เพราะถ้าใส่ใจและตั้งใจฟังสิ่งที่ท่านพูด บางทีคุณอาจพบว่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันนี้เป็นเรื่องที่ท่านกังวล โดยที่คุณไม่เคยตระหนักมาก่อน จึงเป็นการดีที่จะพยายามตั้งใจฟังสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวที่ท่านเล่า

     คำถามดี : ขณะพวกท่านกำลังเล่าเรื่องในอดีต พยายามถามคำถามที่จะช่วยให้ท่านเข้าใจประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น ด้วยคำถามปลายเปิดที่ทำให้ท่านได้มีโอกาสพินิจพิเคราะห์เรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถทำใจกับปัจจุบันได้ดีขึ้น

     หากิจกรรมทำ : โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่เคยเป็นความทรงจำที่ดีระหว่างคุณกับท่าน เพราะความสุขของคนวัยนี้อยู่ที่การนึกถึงอดีตที่ประทับใจ ซึ่งกิจกรรมที่อาจทำร่วมกันได้ก็อย่างเช่น ถ่ายรูป ท่องเที่ยว ทำกับข้าว ปลูกต้นไม้

     การทุ่มเทเวลาเพื่อทำให้ผู้สูงอายุในบ้านเกิดความเข้าใจเบื้องหลังของช่วงชีวิตที่ผ่านมา จะช่วยให้ท่านเห็นถึงชีวิตที่ดำเนินอยู่ได้ชัดเจนขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดทุกอย่างที่คุณทำให้ท่านจะกลายเป็นความทรงจำอันงดงาม นึกถึงคราวใดก็มีใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเพราะมีความสุข

     ไฮไลท์ : การที่คุณแม่ของคุณปฏิเสธจะไปหาหมอ เป็นเพราะว่าท่านไม่ต้องการทราบว่าสายตาของตนเองกำลังฝ้าฟางลง เพราะนั่นหมายความว่าการใช้ชีวิตจะถูกจำกัด





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2011 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.