เมื่อมะเร็ง...แพร่กระจายไปที่กระดูก !
นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ


      “มะเร็ง” เป็นโรคที่ทุกคนภาวนาให้ไม่เกิดขึ้นกับตัว แต่ชีวิตก็ยากกำหนด ความรู้เท่านั้นที่จะช่วยให้เราเท่าทันโรคภัย สู้และอยู่กับมันได้อย่างราบรื่นที่สุด โดยเฉพาะคนที่เลี่ยงไม่ได้กับโรคมะเร็ง ความน่ากังวลของโรคนี้คือการที่เกิดขึ้นกับอวัยวะสำคัญๆ และการกระจายตัวไปสู่อวัยวะอื่นๆ รวมทั้งกระดูกด้วย


    
  โรคมะเร็งที่แพร่กระจายมาที่กระดูกจัดเป็นโรคที่พบบ่อย จากข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าในแต่ละปีจะมีผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นประมาณ 1.2 ล้านคน และประมาณ 600,000 คนจะมีมะเร็งแพร่กระจายมาที่บริเวณกระดูก กระดูกเป็นอวัยวะที่มีการแพร่กระจายของมะเร็งเป็นอันดับที่ 3 รองลงมาจากปอด และตับ !!


     มะเร็งที่มักแพร่กระจายมายังบริเวณกระดูก คือ มะเร็งของเต้านม ปอด ต่อมลูกหมาก ต่อมธัยรอยด์และไต พบในเด็กน้อยกว่าผู้ใหญ่ มักจะพบในคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และพบในผู้ชายมากกว่าหญิง ตำแหน่งของกระดูกที่มีการแพร่กระจายของมะเร็งมักเป็นกระดูกบริเวณแกนกลางของร่างกาย เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครง และกระดูกเชิงกราน ส่วนในกระดูกระยางค์ มักพบในบริเวณกระดูกต้นขาส่วนต้น และกระดูกต้นแขนส่วนต้น ในกรณีที่มะเร็งมาที่กระดูกคนที่เป็นมะเร็งปอดมีแนวโน้มของโรคที่แย่ที่สุดกว่ามะเร็งชนิดอื่น


ปวดมากขึ้น ต่อเนื่องยาวนาน คือสัญญาณเตือน
     เมื่อมะเร็งกระจายมาที่กระดูกจะทำให้ปวด มักจะปวดนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน มักจะปวดตลอดเวลา และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดธรรมดา นอกจากนี้บางคนปวดมากและไปหาหมอเพราะกระดูกหัก บางครั้งแค่ล้มก็ทำให้เกิดกระดูก
หักได้ อาการอีกอย่างที่สำคัญของมะเร็งกระจายไปที่กระดูก คือ ปวดหลังร่วมกับอ่อนแรง และชาบริเวณขา เนื่องจากมะเร็งแพร่มาที่กระดูกบริเวณสันหลัง จนมีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง


ประเมินล่วงหน้า เพื่อรักษาเต็มประสิทธิภาพ
      การประเมินว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายมาที่กระดูกมีความสำคัญมาก เพื่อนำไปสู่การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องพบแพทย์ต่อเนื่อง เพื่อติดตามอาการ ตรวจร่างกายเป็นระยะ ทั้งทางห้องปฏิบัติการหรือตรวจพิเศษด้วยภาพถ่ายทางรังสี คอมพิวเตอร์ หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมถึงการส่งตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา

      ตรวจร่างกายทุกระบบอย่างละเอียด รวมถึงตำแหน่งที่มีอาการ เช่น ถ้ามีอาการปวดบริเวณหลังต้องคลำหาจุดกดเจ็บ ตรวจระบบประสาท และต้องหาตำแหน่งที่อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ เช่น เต้านม ต่อมลูกหมาก ต่อมธัยรอยด์ ปอด รวมถึงลักษณะทั่วไปด้วย เช่น ภาวะซีด ภาวะโภชนาการของคน
เป็นมะเร็ง


ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือต่างๆ บอกอะไร?     


     
การตรวจเลือด
มีความจำเป็นต้องตรวจ เพื่อดูสภาพทั่วไป เช่น ภาวะความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด เนื่องจากคนเป็นมะเร็งส่วนใหญ่มักมีอาการซีด การตรวจความเข้มข้นของปริมาณแคลเซียมในกระแสเลือด ซึ่งมักจะสูงในคนเป็นโรคมะเร็งแพร่กระจายมาที่กระดูก

      การตรวจหาค่าบ่งชี้ tumor marker ที่จำเพาะเจาะจงกับมะเร็ง เช่น ค่าPSA ซึ่งมักจะสูงในมะเร็งต่อมลูกหมาก

      ทำ bone scan ซึ่งเป็นการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในร่างกายเพื่อศึกษากระดูกในส่วนที่มะเร็งแพร่กระจายไปจะช่วยในการติดตามดูแลรักษา และวินิจฉัยแยกโรค

      การตรวจภาพทางรังสี (X-ray) มีความสำคัญมากในการวินิจฉัย ควรตรวจในตำแหน่งที่มีอาการเจ็บปวดผิดปกติ การตรวจด้วยภาพรังสีบริเวณทรวงอก ก็ช่วยในการวินิจฉัยมะเร็งปอดได้ ลักษณะของรอยโรคที่พบในบริเวณโรคนั้นมักพบทั้งการสร้างและการทำลายของกระดูก อาจพบภาวะกระดูกหักที่ไม่รุนแรง และพบรอยโรคของการทำลายกระดูกในตำแหน่งที่มีกระดูกหัก

      การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ช่วยบอกถึงการทำลายกระดูก และภาวะการเกาะตัวของหินปูนในตำแหน่งของรอยโรค

      การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) สามารถตรวจความผิดปกติของกระดูกที่เกิดภายนอกกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนดูขอบเขตของการลุกลามของมะเร็งได้ดีมาก ถ้าเป็นรอยโรคในบริเวณกระดูกสันหลังก็จะช่วยให้เห็นการกดไขสันหลังการทำลายของกระดูกได้

      การตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิสภาพ เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการวินิจฉัย การตรวจชิ้นเนื้อมี 2 วิธี คือตรวจชิ้นเนื้อแบบไม่มีแผลเปิด ซึ่งใช้เข็มในการเจาะตรวจชิ้นเนื้อมาตรวจและการผ่าตัดเปิดแผล เอาชิ้นเนื้อออกมาตรวจ ซึ่งการพิจารณาวิธีการนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของรอยโรค รวมถึงประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ผู้ให้การรักษา


รักษาได้ไหม เมื่อมะเร็งกระจายสู่กระดูก
     ประมาณ 80% ของมะเร็งที่แพร่กระจายมาที่กระดูกมาจากมะเร็งของเต้านม ต่อมลูกหมาก ต่อมธัยรอยด์ ปอด และไต เป้าหมายในการรักษาเพื่อลดอาการเจ็บปวด และรักษาสภาพจิตใจของคนเป็นมะเร็งให้สามารถเคลื่อนไหว ช่วยตนเองได้ และสามารถกลับสู่สังคมได้ เพราะมะเร็งที่แพร่กระจายมาที่กระดูกก่อให้เกิดภาวะที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เนื่องจากการกดทับของไขสันหลัง ทำให้เป็นอัมพาต กระดูกหัก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ระดับแคลเซียมในกระแสเลือดสูงทำให้อาจมีอาการชัก ความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ และภาวะขาดน้ำ

      การรักษาผู้ที่มะเร็งแพร่กระจายมายังกระดูกนั้นจึงเป็นการดูแลร่วมกันของทีมแพทย์ ได้แก่ แพทย์มะเร็ง ศัลยแพทย์กระดูก แพทย์รังสีรักษา แพทย์รักษาความเจ็บปวด รวมถึงจิตแพทย์ที่จะช่วยในการรักษาอาการซึมเศร้าและบรรเทาจิตใจ

      ผ่าตัด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การผ่าตัดจะทำโดยศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เพื่อลดความเจ็บปวด และทำให้สามารถ
ใช้อวัยวะส่วนนั้นๆ ได้ใกล้เคียงปกติ
การผ่าตัดส่วนใหญ่เป็นการรักษาแบบประคับประคองมากกว่าที่จะรักษาให้หายขาด คนเป็นมะเร็งบางคนอาจมีโอกาสกระดูกหักแต่ยังไม่หัก ก็อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกเพื่อป้องกันการหัก ส่วนการรักษาคนที่กระดูกหักจากมะเร็งลุกลามมาที่กระดูกแล้วขึ้นอยู่กับลักษณะตำแหน่งของกระดูกที่เกี่ยวข้องการตอบสนองต่อรังสีรักษาและเคมีบำบัด สุขภาพทั่วไป ระยะของโรค ระยะเวลาชีวิตที่เหลือ หลักการในการผ่าตัดนั้นควรจะผ่าตัดที่เบ็ดเสร็จเรียบร้อยภายในครั้งเดียว เพราะคนกลุ่มนี้มีสุขภาพทั่วไปไม่แข็งแรง

      ในคนที่ยังไม่มีกระดูกหัก แต่มีรอยโรคในส่วนของกระดูกระยางค์และมีความเสี่ยงที่กระดูกจะหักสูง
มาก อาจต้องผ่าตัดยึดตรึงกระดูก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ซึ่งรอยโรคมักมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 2.5 เซนติเมตร มีการทำลายกระดูกมากกว่า 50% ของเส้นผ่าศูนย์กลางของกระดูก อาการปวดมาก ไม่สามารถทุเลาลงด้วยยาแก้ปวด และพิจารณาลักษณะของการทำลายกระดูกร่วมด้วย ภายหลังการผ่าตัดทุกรายจำเป็นต้องได้รับการฉายรังสีรักษาที่บริเวณผ่าตัด เพื่อลดโอกาสการเกิดซ้ำของมะเร็งเฉพาะที่ และลดปัญหาการเกิดการหักหลวมของวัสดุที่ใช้ในการยึดตรึงกระดูก หรือทดแทนกระดูกส่วนนั้น บางครั้งถ้าแพทย์คาดการณ์ภาวะมะเร็งที่แพร่กระจายมาที่กระดูกได้ดี คนๆ นั้นก็สามารถมีชีวิตยืนยาวได้


      
นอกจากการผ่าตัดรักษาทางร่างกายแล้วยังต้องช่วยกันรักษาทางจิตใจด้วย การให้กำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทั้งแพทย์และญาติผู้ดูแลสามารถช่วยกันได้ ยิ่งผู้ที่เป็นมะเร็งมีความศรัทธาต่อทีมผู้รักษา ก็จะยิ่งช่วยกันสร้างความรู้สึกให้เขารู้สึกว่าตนเองมีค่า ช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณ โดยการดึงความภาคภูมิใจที่เขามีอยู่ให้กลับคืนมา...พลังใจมีอำนาจยิ่งใหญ่เสมอ คนเราอาจจะชนะโรคภัยได้ด้วยหัวใจอัน
เข้มแข็งครับ




For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.