 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
| |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
| |
โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
ภัยที่มากับหน้าฝน
ผศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเป็นโรคที่พบบ่อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว เช่น โรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ หรือเวลาที่เราเป็นหวัดนั่นเอง ทำให้มีไข้ คัดจมูก น้ำมูกไหล นอกจากนี้ก็มีโรคไซนัสอักเสบ ทำให้มีไข้ คัดจมูก น้ำมูกเหลือง อ่อนเพลีย ไอ ปวดศีรษะ ปวดแก้ม หรือหน้าผาก โรคคออักเสบทำให้มีไข้ เจ็บคอเวลากลืนอาหารหรือกลืนน้ำลาย โรคสายเสียงหรือกล่องเสียงอักเสบ ทำให้ไอ ระคายคอ มีเสียงแหบแห้ง โรคหลอดลมอักเสบทำให้ไอ มีเสมหะ เจ็บหน้าอก โรคปอดบวมทำให้มีไข้ ไอ หอบ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจนี้สามารถทำให้อาการของโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และ/ หรือโรคหอบหืดเป็นมากขึ้นได้
การปฏิบัติตนอย่างถูกต้องและเหมาะสมเมื่อมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ นอกจากจะทำให้อาการต่างๆ ดีขึ้นเร็ว และอาการไม่แย่ลงแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้การติดเชื้อนั้นลามออกไป หรือมีผลแทรกซ้อนด้วย ทำได้โดยการ

1. ถ้ามีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ควรหลีกเลี่ยงอากาศเย็น โดยเฉพาะแอร์ พัดลมเป่า การดื่มหรืออาบน้ำเย็น ถ้า
ต้องการเปิดแอร์ ควรตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่า
25 องศาเซลเซียสเพื่อไม่ให้อากาศเย็นจนเกินไป ในกรณีที่ใช้พัดลมไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุด และควรให้พัดลมส่ายไปมา ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมโดยตรง ควรนอนอยู่ห่างจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมพอสมควร หรือไม่ให้อยู่ในทิศทางของลม ไม่ควรเปิดแอร์หรือพัดลมจ่อ เนื่องจากอากาศเย็นสามารถทำให้ร่างกายอ่อนแอ มีภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อลดลง และยังสามารถกระตุ้นเยื่อบุจมูก ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบมากขึ้น ส่งผลให้มีอาการคัดจมูก คัน จาม หรือน้ำมูกไหลมากขึ้นได้ และยังกระตุ้นหลอดลมทำให้หลอดลมหดตัว ทำให้มีอาการไอ มีเสมหะได้ ควรให้ความอบอุ่นแก่
ร่างกายให้เพียงพอ เช่น นอนห่มผ้า ถ้าจะให้ดี ควรใส่ถุงเท้า หรือ
ผ้าพันคอเวลานอนด้วย ในกรณีที่ไม่ชอบห่มผ้าหรือห่มแล้วชอบสะบัดหลุดโดยไม่รู้ตัว ควรใส่เสื้อหนาๆ หรือใส่เสื้อ 2 ชั้น และกางเกงขายาวเข้านอน ในรายที่มีน้ำมูกอยู่ภายในโพรงจมูกมาก หรือมีน้ำมูกไหลลงคอตลอดเวลา แพทย์อาจแนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออุ่นร่วมด้วย หรือคนไหนที่คัดจมูกมาก แพทย์อาจแนะนำให้อบจมูกด้วยไอน้ำเดือด จะทำให้อาการน้ำมูกไหลหรือคัดจมูกดีขึ้นเร็ว
2. ถ้ามีอาการเจ็บคอ หรือระคายคอร่วมด้วย ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊กหรือข้าวต้มที่ไม่ร้อนจนเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดหรือรสจัด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้เสียงชั่วคราว ทำความสะอาดคอบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร ด้วยการแปรงฟัน หรือกลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลืออุ่นๆ หรือน้ำเปล่าหลังอาหารทุกมื้อ เนื่องจากหากไม่รักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี อาจมีเศษอาหารตกค้างในช่องปากและลำคอ ทำให้คออักเสบมากขึ้นได้
3. ถ้ามีอาการไอ ควรพยายามหลีกเลี่ยงความเย็น ไม่ว่าจะอากาศเย็น การดื่มหรืออาบน้ำเย็น การรับประทานไอศกรีม ควรดื่มหรืออาบน้ำอุ่น เนื่องจากเหตุผลที่กล่าวแล้ว ควรปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจามด้วยผ้าเช็ดหน้า
4. ถ้ามีอาการเสียงแหบแห้ง ควรลดการใช้เสียงชั่วคราว ไม่ควรตะเบ็งเสียง หรือตะโกน
5. ควรหาสาเหตุที่ทำให้มีการติดเชื้อทางเดินหายใจในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากถ้าเรายังมีภูมิต้านทานต่อโรคดี เรามักจะไม่ป่วย เมื่อใดป่วย แสดงว่าร่างกายมีภูมิต้านทานต่อโรคต่ำ สาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้ภูมิต้านทานน้อยลง ได้แก่ ความเครียด นอนหลับพักผ่อน
ไม่เพียงพอ สัมผัสอากาศที่เย็นมากๆ เช่น ขณะนอนเปิดแอร์หรือพัดลมเป่าจ่อ ไม่ได้ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอ การดื่มหรือ
อาบน้ำเย็น ตากฝน หรือมีคนรอบข้างที่ไม่สบายแพร่เชื้อให้เราทั้งที่บ้านและที่ทำงาน การหาสาเหตุเหล่านี้มีความสำคัญ ถ้าเราไม่ได้หาและ
ไม่หลีกเลี่ยงหรือแก้ไข นอกจากจะทำให้หายช้าแล้ว อาจทำให้ติดเชื้อในทางเดินหายใจซ้ำได้อีก
6. ควรงดสูบหรือหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ งดการว่ายน้ำหรือดำน้ำ เพราะอาจได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้อีก
7. ควรพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสภาพฟันและรับการรักษาทุก 6 เดือน เนื่องจากสุขภาพฟันที่ไม่ดี เช่น มีฟันผุ มีคราบหินปูน หรือโรคเหงือกอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคในช่องปาก ทำให้มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจบ่อย หรือเป็นๆ หายๆ
8. ควรดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกประเภท รวมทั้งผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แออัด มีฝุ่นละออง ควัน สารเคมี มลพิษ ที่ซึ่งมีอากาศเย็นจัด หรือมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอากาศอย่างรวดเร็ว อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอทุกวันหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดนอน ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ ในช่วงที่ไม่สบายควรมีแก้วน้ำอยู่ข้างๆ ตัวตลอด ไม่ว่าจะทำงาน ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ควรจิบน้ำไปเรื่อยๆ พยายามอยู่ห่างจากผู้ที่ไม่สบายทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เนื่องจากคุณอาจได้รับเชื้อโรคใหม่จากคนนั้นๆ ทำให้อาการแย่ลงไปอีกได้ เมื่ออาการทุกอย่างดีขึ้นแล้วหลังการรักษา ก็ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำเหล่านี้ต่ออีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้อาการกลับเป็นซ้ำอีก
|
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|