สูดยา ให้ถูกวิธี
นพ.ประพาฬ ยงใจยุทธ


     โรคหืดเป็นโรคภูมิแพ้ของหลอดลม ปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกายต่อสารก่อโรค เช่น ฝุ่นบ้าน เกสรดอกไม้ ฯลฯ จะทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุหลอดลมร่วมกับกล้ามเนื้อเรียบหลอดลมหดตัว และมีเสมหะในหลอดลมเพิ่มขึ้น มีผลทำให้เกิดอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด และมีอาการหอบเหนื่อยเกิดขึ้น


     ในปัจจุบันยาที่ใช้ในการรักษาโรคหืด จำแนกออกจากกันเป็น 2 กลุ่มตามฤทธิ์ของยา กลุ่มแรกเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ ทำให้ควบคุมอาการต่างๆ ของโรคได้ดี และยังป้องกันไม่ให้มีการกำเริบของโรคได้อีกด้วย จึงเรียกยาในกลุ่มนี้ว่า “ยาควบคุมอาการ” ซึ่งใช้เป็นยาหลักในการรักษาโรคหืด คอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นยาขนานหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบได้ดี แต่การใช้ยานี้ด้วยวิธีรับประทานถึงแม้ว่าจะควบคุมอาการหอบหืดได้ แต่พบว่ามีอาการแทรกซ้อนเนื่องจากยาเกิดขึ้นมากมาย เช่น มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เบาหวาน กระดูกผุ ภูมิต้านทานของร่างกายลดลงทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ฯลฯ ในปัจจุบันนิยมใช้ยานี้โดยวิธีสูด เพราะคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูด จะใช้ยาในขนาดน้อยกว่าการรับประทาน แต่ได้ผลดีทัดเทียมกัน ในขณะที่มีอาการแทรกซ้อนเนื่องจากยาเกิดขึ้นน้อยมาก คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูดจึงเป็นยาขนานหนึ่งที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงในการควบคุมอาการของผู้ป่วยโรคหืด ยากลุ่มที่สองออกฤทธิ์ขยายหลอดลม ทำให้การอุดกั้นในหลอดลมลดลง เป็นยาที่ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ยาบรรเทาอาการ” ยาในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยาขยายหลอดลม ซึ่งมีทั้งยาฉีด ยารับประทาน และยาชนิดสูด ในปัจจุบันยาขยายหลอดลมชนิดสูดได้รับความนิยมใช้กันมาก เนื่องจากการบริหารยาด้วยวิธีสูด ใช้ยาในขนาดน้อยกว่าการรับประทาน แต่ยาออกฤทธิ์ในการขยายหลอดลมได้ทันทีและมีอุบัติการณ์ของอาการแทรกซ้อนเนื่องจากยาเกิดขึ้นน้อยกว่ามาก ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาควบคุมอาการและยาบรรเทาอาการด้วยวิธีสูดตามคำแนะนำของแพทย์มักมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วจนสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้เหมือนคนปกติ อย่างไรก็ดียังมีอีกหลายรายที่ได้รับการรักษาดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่ผลในการบรรเทาอาการไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าส่วนใหญ่เกิดจากการสูดยาไม่ถูกต้อง ผมจึงขอแนะนำวิธีการใช้ยาในแต่ละประเภทให้ถูกต้อง เพื่อให้คุณได้รับผลการรักษาเต็มประสิทธิภาพของยาครับ เครื่องพ่นยา     เครื่องพ่นยาแบ่งออกจากกันเป็น 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นเครื่องพ่นยาที่มีแรงดันในเครื่องสูงกว่าแรงดันบรรยากาศ (Pressurized metered-dose-inhaler หรือ MDI) เมื่อกดปุ่มควบคุมของเครื่องพ่นยา ยาจะถูกขับออกมาจากเครื่องโดยมีสาร HFA 134a หรือสารอื่นที่ใช้เป็นสารขับดัน การสูดยาจากเครื่องพ่นชนิดนี้จึงไม่ต้องออกแรงมากนัก เครื่องพ่นยาชนิดที่สองเป็นเครื่องพ่นยาที่มีผงยาที่จะใช้ในการสูดแต่ละครั้งบรรจุอยู่ในแผงยา (Dry powder inhaler) ตัวอย่างเช่น เครื่อง Turbuhaler, Accuhaler ฯลฯ เมื่อสูดยาการกระจายของยาจากเครื่องพ่นยาเข้าไปในหลอดลมจะขึ้นอยู่กับอัตราความเร็วของอากาศที่ผู้ป่วยสูดหายใจเข้า ทำให้ผู้ป่วยบางรายที่มีการอุดกั้นของหลอดลมอย่างรุนแรงหรือผู้ที่สูดยาได้ไม่แรงจะไม่สามารถใช้เครื่องพ่นชนิดนี้ได้ ดังนั้นจึงควรได้รับการทดสอบก่อนว่าสามารถใช้เครื่องพ่นยาประเภทนี้ได้หรือไม่ อย่างไรก็ดีการให้คำแนะนำและฝึกสอนการสูดยาที่ถูกต้อง โดยแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกร จะช่วยกลับมาใช้เครื่องพ่นยาชนิดผงแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีสูดยาที่ถูกต้อง
     • การสูดยาจากเครื่องพ่นยาที่มีแรงดัน (Pressurized metered-dose-inhaler หรือ MDI) มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
     1 เปิดฝาครอบเครื่องพ่นยาออก และเขย่าเครื่องพ่นยา
     2 ถือเครื่องพ่นยาตั้งขึ้น โดยใช้นิ้วหัวแม่มือรองด้านล่าง และใช้นิ้วชี้เป็นตัวกด (รูปที่ 1)
     3 หายใจออกให้สุด แล้วใช้ริมฝีปากอมรอบปากกระบอกเครื่องพ่นให้สนิท
     4 ใช้นิ้วชี้กดส่วนบนของเครื่องพ่นเพื่อให้ยาพ่นเข้าไปในปากพร้อมกับสูดยาเข้าไปในปอดช้าๆ และสม่ำเสมอจนสุดการหายใจ
(รูปที่ 2)
     5 เอาเครื่องพ่นยาออกจากปาก หุบปากและกลั้นลมหายใจให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
     6 ถ้าจะพ่นครั้งต่อไป ให้เว้นระยะโดยการหายใจตามปกติประมาณ 1-2 นาที
แล้วจึงเริ่มทำตามข้อ 2 ถึงข้อ 5 ใหม่
หมายเหตุ : ถ้าไม่สามารถสูดยาได้อย่างถูกต้อง การใช้ท่อต่อจากเครื่องพ่นยา (รูปที่ 3) หรือท่อต่อชนิดง่ายๆ โดยใช้แก้วน้ำที่ทำด้วยโฟมหรือพลาสติก (รูปที่ 4) จะช่วยให้สูดยาได้ดีขึ้น      • การสูดยาจากเครื่องพ่นยาชนิดแห้ง (Dry powder inhaler) มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
     1 เปิดฝาครอบเครื่องพ่นยาออก
     2 เตรียมยาพ่นที่จะใช้สูดในแต่ละครั้ง โดยการกดไกหรือหมุนที่ฐานเครื่องพ่นยา จนได้ยินเสียงคลิก
     3 หายใจออกให้สุด แล้วใช้ริมฝีปากอมรอบปากกระบอกเครื่องพ่นให้สนิท
     4 สูดยาโดยการหายใจเข้าอย่างแรงและลึกติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ จนสุดการหายใจ
     5 เอาเครื่องพ่นยาออกจากปาก หุบปากและกลั้นลมหายใจให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้
     6 ถ้าจะพ่นครั้งต่อไป ให้เว้นระยะโดยหายใจตามปกติ ประมาณ 1-2 นาที แล้วจึงเริ่มทำตามข้อ 2
ถึงข้อ 5 ใหม่
ข้อแนะนำ
     • ระยะเวลาในการสูดยาเข้าไปในปอด และเวลาที่ใช้ในการกลั้นลมหายใจที่ยาวนานจะช่วยให้ประสิทธิภาพของยาสูดดีขึ้น
     • การสูดยาขณะมีอาการไอ หรือหอบเหนื่อยควรเริ่มด้วยการสูดยาขยายหลอดลมก่อนแล้วจึงจะสูดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ในเวลาต่อมา      • หลังสูดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ควรบ้วนปากด้วยน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนเนื่องจากยา เช่น คอเจ็บ แสบคอ
     • ไม่ควรใช้ยาขยายหลอดลมชนิดสูด หรือยาในกลุ่มบรรเทาอาการ เป็นยาหลักในการรักษาโรคหืดเพียงขนานเดียว
อาการของโรคหอบหืด คงต้องบรรเทาด้วยยาต้านการอักเสบและยาขยายหลอดลม ซึ่งการใช้จำเป็นต้องใช้ให้ถูกวิธีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด อาจจะใช้ไม่ง่ายแต่ถ้าทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่ผมแนะนำจนชำนาญก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายครับ





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.