 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
| |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
| |
ภาวะฉุกเฉิน ! ... วัณโรค คุกคามมนุษย์
รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล
วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า เป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของบรรพบุรุษของเรามากกว่า 6 พันปีแล้ว
แต่มนุษย์เพิ่งรู้จักโรคนี้ดีขึ้นเมื่อ 200 กว่าปีนี้เอง จากการค้นพบเชื้อวัณโรค โดยโรเบิร์ต คอค นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน
หลังจากนั้นจึงได้มีวิวัฒนาการในการดูแลรักษาผู้เป็นวัณโรคดีมากขึ้นเรื่อยๆ มาตามลำดับ แต่กระทั่งมาถึงวันนี้...มนุษย์ก็ยังไม่สามารถเอาชนะวัณโรคได้สำเร็จเสียที !!
ปัญหาวัณโรคต่อมนุษย์ชาติในปัจจุบัน
จากการที่มีการพัฒนามาตรฐานการรักษาและการควบคุมวัณโรคที่ได้ผล องค์การอนามัยโลกเคยคาดการณ์ไว้ว่า ในปี พ.ศ.2543
จะสามารถควบคุมสถานการณ์ของวัณโรคในประชากรโลกให้ได้เช่นเดียวกับโรคติดเชื้อสำคัญในอดีต เช่น ไข้ทรพิษ แต่เมื่อ
ใกล้กำหนดการ กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่
จนองค์การอนามัยโลกต้องมีการปรับเป้าหมายและประกาศออกมาว่า วัณโรคกำลังเป็นภาวะ
ฉุกเฉินที่คุกคามมนุษยชาติ
ทั้งนี้สาเหตุหลักเนื่องมาจากการระบาดของเชื้อเอชไอวีและเชื้อวัณโรคดื้อยานั่นเอง
วัณโรค - เอดส์ ... 2 ประสานที่คุกคามมนุษย์
ตราบใดที่ยังไม่สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้ลดลงได้
ตราบนั้นก็ไม่สามารถลดจำนวนผู้ป่วยเป็นวัณโรคให้ลดลงได้
เช่นกัน ปัจจุบันกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้นก็จะทำให้สัดส่วนของผู้เป็นวัณโรคเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น...
เพราะว่า... ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีเมื่อได้รับเชื้อวัณโรคเข้าไปในร่างกายจะทำให้เกิดเป็นวัณโรคได้ง่ายกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า
เนื่องจากภูมิต้านทานในร่างกายอ่อนแอ ขณะเดียวกันเชื้อวัณโรคที่แอบแฝงอยู่ในคนก่อนที่จะมีการติดเชื้อเอชไอวี ก็สามารถกลับมาเพิ่มจำนวนและก่อโรคได้ง่ายขึ้นเมื่อคนๆ นั้นเริ่มมีภูมิคุ้มกันลดลงถึงระดับหนึ่งภายหลังการติดเชื้อเอชไอวี
การเกิดวัณโรคในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วยจะเป็นปัญหาตามมาสำหรับแพทย์ในด้านการวินิจฉัย
เนื่องจากลักษณะของโรคแยกได้ยากจากการติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ ขณะเดียวกันการรักษาก็จะมีความยุ่งยากมากขึ้น แม้ว่าชนิดยาที่ใช้รักษาและระยะเวลาที่ใช้รักษาจะไม่แตกต่างจากคนปกติที่เป็นวัณโรค
แต่เนื่องจากพบผลอันไม่พึงประสงค์จากยาที่ใช้รักษาบ่อยกว่า และมักจะได้รับยาอื่นร่วมด้วยทำให้มีปฏิกิริยาระหว่างยาได้มากขึ้น
ดังนั้นผลการรักษาวัณโรคโดยรวมในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ทั้งในแง่การรักษาให้ครบและการรักษาให้หายขาดจึงไม่ดีเท่ากับคนทั่วไป
คนที่เป็นเอดส์แล้วติดเชื้อวัณโรคแต่ยังไม่ได้รับการรักษา จะทำให้ภูมิคุ้มกันของแย่ลงไปอีก
จะทำให้โรครุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นที่รุนแรงได้ วัณโรคจึงเป็นเชื้อฉวยโอกาส ที่คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากที่สุดในปัจจุบัน
ดังนั้นเมื่อพบผู้ที่เป็นวัณโรคหรือผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ แพทย์จะให้ข้อมูลและแนะนำการตรวจค้นหาโรคที่อาจพบร่วมกันนี้ได้ตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละราย สถานการณ์วัณโรคในประเทศไทย
ปัจจุบันพบผู้ป่วยเป็นวัณโรครายใหม่ปีละประมาณ 5 หมื่นคน ทำให้ประเทศไทยติดอันดับที่ 19 ของประเทศที่มีอัตราป่วยด้วยวัณโรคต่อจำนวนประชากรสูง
แต่ยังโชคดีที่ว่าอัตราการเกิดเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายชนิด (multidrug-resistant tuberculosis, MDR-TB)
ในผู้ป่วยรายใหม่ของประเทศไทยยังต่ำกว่าร้อยละ 3
ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าเป็นภาวะวิกฤติของประเทศนั้นๆ แต่ถ้าเจาะเป็นรายภูมิภาคหรือประชากรกลุ่มของประเทศไทย
อัตราการติดเชื้อ MDR-TB ในรายใหม่ๆ ก็ยังสูงเกินจุดวิกฤตในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดชายแดนด้านประเทศพม่า หรือกลุ่มนักโทษในเรือนจำ เป็นต้น
การที่จะแน่ใจว่าเป็นวัณโรคปอดหรือไม่นั้น ประมาณร้อยละ 60 ตรวจพบเชื้อวัณโรคด้วยการย้อมหรือเพาะเชื้อจากเสมหะ
ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่าวัณโรคไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นที่ปอดเท่านั้น แต่ในจำนวนคนเป็นวัณโรคทั้งหมดของประเทศไทยมีประมาณ
ร้อยละ 10 เป็นวัณโรคที่เกิดขึ้นในอวัยวะอื่นๆ นอกปอด ได้แก่
ต่อมน้ำเหลือง กระดูก เยื่อหุ้มปอด ฯลฯ แม้ว่าจะวินิจฉัยได้ยากกว่า
แต่กลับไม่ถือเป็นปัญหาสำคัญเมื่อเทียบกับวัณโรคที่เกิดที่ปอด เพราะวัณโรคที่เกิดนอกปอดจะติดต่อไปสู่คนรอบข้างได้น้อยกว่าวัณโรคปอดนั่นเอง
ทำอย่างไรเมื่อเป็นวัณโรค
อาการนำของวัณโรคปอดที่สำคัญที่ควรฉุกคิดไว้สักหน่อย คือ มีอาการไอติดต่อกันนานเกิน 3 สัปดาห์
ในบางคนอาจมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือไอมีเลือดออกร่วมด้วยได้ ซึ่งเชื้อวัณโรคนี้จะติดต่อจากคนหนึ่งไปอีกคนโดยผ่านทางละอองเสมหะที่เกิดจากการไอ จาม หรือพูดคุย การใช้เสียง
เชื้อวัณโรคที่ตกลงสู่พื้นหรือติดอยู่กับผิวสัมผัสของวัตถุอื่นๆ จะถูกทำลายไปง่ายโดยแสงสว่างและอากาศที่
ถ่ายเทสะดวก
แต่กระนั้นผู้ที่เป็นวัณโรคในระยะที่เริ่มการรักษา โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์แรก จึงควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดผู้อื่น
โดยเฉพาะเด็กและคนชรา
และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่สาธารณะที่มีผู้คนแออัด เช่น โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยยานพาหนะร่วมกับผู้อื่นเป็นเวลานานโดยเฉพาะถ้าเกิน 8 ชั่วโมงขึ้นไป
แต่ไม่จำเป็นต้องแยก
ข้าวของเครื่องใช้ในกิจวัตรประจำตัวจากคนอื่น หลังจากทำการรักษาจนอาการไอหายไปแล้ว ยิ่งถ้าแพทย์ตรวจเสมหะซ้ำแล้วว่าไม่พบเชื้อวัณโรค
นั่นก็หมายความว่าคุณปลอดภัยเพียงพอที่จะมีกลับไปทำงานหรือประกอบกิจกรรมได้ตามปกติ
กินยาเรื่องสำคัญ ต้องเคร่งครัด
เพราะสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยาก็คือการกินยาไม่ครบตามกำหนด ดังนั้นต้องเคร่งครัดในการกินยา
โดยอย่าให้ขาดและต้องกินให้ครบกำหนดตามแพทย์สั่งแม้ว่าจะไม่มีอาการแล้วก็ตาม...
• กินยารักษาวัณโรคที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอตามกำหนด เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคที่ต้องใช้ยาในการรักษาในระยะแรกถึง 4 ชนิด
และต้องรักษาติดต่อกันเป็นเวลานาน 6 เดือน ถ้าหากรักษาไม่สม่ำเสมอหรือไม่ครบกำหนด จะทำให้การรักษาไม่ได้ผลหายขาดหรืออาจหายแต่กลับเป็นซ้ำใหม่เร็ว
และที่สำคัญคือเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดเชื้อวัณโรคดื้อยาซึ่งมีโอกาสรักษาได้ผลน้อยลง
• หากแพทย์จะสั่งให้กินยาวันละครั้งซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นก่อนนอน
ห้ามแบ่งยาเป็นหลายเวลาตามมื้ออาหารเพราะจะทำให้ระดับยา
ในการรักษาไม่ดี
• หลังกินยาไปแล้วหากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือมีผื่นคันเล็กน้อย ให้ติดตามผลข้างเคียงนี้ใกล้ชิดต่อไป
ถ้ามีอาการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ให้หยุดยาทั้งหมดแล้วรีบไปพบแพทย์ ในกรณีที่หลังกินยาไปแล้วมีการมองเห็นผิดปกติก็ให้รีบหยุดยาทันทีเช่นกัน
• งดการดื่มสุราและหลีกเลี่ยงการใช้ยาอื่นที่ไม่จำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดตับอักเสบจากยารักษาวัณโรคและผลข้างเคียงอื่น
• ใช้ผ้าหรือกระดาษปิดปากและจมูกขณะไอหรือจาม ถ้ามีเสมหะให้รวบรวมใส่ในขวด แล้วรวบรวมทิ้งในท่อระบายน้ำ หรือถุงที่ปิดมิดชิดแล้วทิ้งในถังขยะ
• กินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายตามสมควร เพื่อให้ร่างกายฟื้นจากโรคได้เร็ว
• ให้นำสมาชิกในครอบครัวหรือที่เคยอยู่ด้วยทุกคน รวมถึงเพื่อนร่วมงานใกล้ชิด มาพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองผู้สัมผัสโรค
ว่าติดเชื้อหรือไม่
หากพบก็จะได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ภายหลังการรักษา อาการต่างๆ จะดีขึ้นได้เร็วภายใน 2 สัปดาห์ เมื่อรักษาครบ 2 เดือน แพทย์จะตรวจเสมหะซ้ำหรือเอกซเรย์ปอดซ้ำในกรณีที่ก่อนรักษาตรวจไม่พบเชื้อในเสมหะ
ถ้ามีการตอบสนองที่ดี
ก็จะลดยาลงเหลือ 2 ชนิดและให้การรักษาต่อไปอีก 4 เดือนจนครบกำหนดการรักษาทั้งหมดคือ 6 เดือน
ทำอย่างไรจึงจะควบคุมสถานการณ์วัณโรคในประเทศไทยให้ได้ผล
การจะป้องกันวัณโรคไม่ให้ระบาดหรือตัดวงจรการติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้นั้นเราทุกคนต้องร่วมมือกัน
โดยมีข้อแนะนำที่ควรปฏิบัติดังนี้
ผู้ที่ติดเชื้อ
• หากมีอาการไอต่อเนื่องดังกล่าว ต้องรีบไปหาแพทย์
• ต้องกินยาให้ครบตามกำหนดตามแพทย์สั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ประมาณ 6 เดือน เมื่อพบว่าเป็นวัณโรค และโดยเฉพาะคนที่เป็นเอดส์ แม้ว่าจะไม่มีอาการแล้วก็ตาม
เนื่องจากหากหยุดยาเองก่อนครบกำหนดจะทำให้เชื้อดื้อต่อยา และกลับมาเป็นใหม่เร็วขึ้น อาการรุนแรง ที่สำคัญรักษายากขึ้น
• ปรับทัศนคติเสียใหม่ว่าการเป็นวัณโรคไม่ใช่เรื่องที่ต้องละอาย จนต้องปกปิดแพทย์หรือคนรอบตัว จนทำให้มีอาการรุนแรง
ยากต่อการรักษา
ที่สำคัญแพร่เชื้อกระจายสู่คนอื่นๆ โดยไม่สามารถควบคุมได้
• รู้จักดูแลตัวเองให้ดี โดยจำเป็นต้องพักรักษาตัวในระยะ 2- 3 เดือนแรกของการรักษา
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
ติดต่อสู่คนอื่นๆ อีกทั้งต้องปิดปาก/จมูกทุกครั้งที่ไอ หรือจาม
หน่วยงานของรัฐบาล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องเคร่งครัดจริงจังในการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ แล้วขึ้นทะเบียนผู้ป่วย
ให้การรักษาและติดตามผล
จนครบกำหนด รวบรวมประเมินผลการรักษา และติดตามสถานการณ์โดยรวมของทั้งประเทศ
ปัจจุบันนี้อัตราการรักษาวัณโรค
จนครบกำหนดของผู้เป็นวัณโรคในประเทศไทยยังคงอยู่ที่แค่ร้อยละ 70 ยังห่างไกลจากเป้าหมายคือร้อยละ 85 ที่เป็นจุดตัดสินว่าสถานการณ์วัณโรคของประเทศนั้นๆ ควบคุมได้
กลยุทธ์สำคัญที่นำมาใช้ช่วยส่งเสริมให้การรักษาเป็นไปตามแผนคือ การให้ผู้เป็นวัณโรครับประทานยาภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครหรือผู้นำในชุมชน
หรือสมาชิกในครอบครัว(directly observed therapy, DOT) ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือเป็นอย่างดีจากตัวคนป่วยเองและผู้ที่เกี่ยวข้องเช่น ญาติ
สังคมแวดล้อม
ต้องปรับทัศนคติให้ถูกต้องว่า วัณโรคไม่ใช่โรคน่ารังเกียจเหมือนที่เคยเชื่อกันมาแต่เดิม
ถ้ามีการป้องกันที่เหมาะสม
โรคก็จะติดต่อไปคนอื่นได้ยาก การรักษาก็ได้ผลดี ไม่ยุ่งยาก และราคาไม่แพง
นายจ้างหรือเจ้าของกิจการ
ควรอนุญาตให้พนักงานหรือผู้ใต้ความดูแลที่เป็นวัณโรค ได้หยุดพักงานตามสมควรและไปรับการรักษาสม่ำเสมอตามกำหนด
ของแพทย์
เพื่อตัดวงจรการติดต่อและกระจายเชื้อ ที่สำคัญจะช่วยให้เขากลับมาเป็นกำลังสำคัญในการทำงานได้เร็วขึ้นหาก
ได้รับการดูแลรักษาอย่างจริงจัง
วัณโรคเป็นโรคที่ควบคุมได้ไม่ยาก รักษาได้ทั้งที่ราคาที่ไม่แพง ... เพียงเคร่งครัดรู้จักดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ดี
|
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|