ชื่อเรื่อง: โรคหลอดเลือดสมองคาโรติด
article : พล.ต.ต.นพ.นริศ เจนวิริยะ ศัลยแพทย์

     ปัจจุบันประเทศไทยมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นจำนวนมาก และมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ของโรคทั้งหลาย โรคนี้ทำให้เกิดความทุพพลภาพและสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยไม่น้อย ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อเท่าทันโรคดังกล่าวจึงเป็นเสมือนเกราะชั้นแรกที่จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคนี้ได้

     เมื่อคนเราอายุมากขึ้นหลอดเลือดแดงจะเปลี่ยนแปลงไปคือแข็งตัวมากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรคของหลอดเลือดคือ การสูบบุหรี่ โคเลสเตอรอลในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และประวัติการเป็นโรคนี้ในครอบครัว นอกจากนี้การดำเนินชีวิตที่มีการออกกำลังกายไม่เพียงพอและโรคอ้วนก็ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดเพิ่มขึ้น

รู้จักหลอดเลือดสมองคาโรติด
      หลอดเลือดสมองคาโรติด (carotid artery) เป็นหลอดเลือดแดงใหญ่ขนาดประมาณนิ้วก้อย ทำหน้าที่ส่งเลือดจากหัวใจผ่านคอด้านหน้าไปสู่สมอง มีอยู่ด้วยกันสองหลอดคือซ้ายและขวา ถ้าหลอดเลือดนี้ตีบตันจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีหรือไม่ได้เลย ทำให้เกิดโรคสมองขาดเลือด มีอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตตามมา

สาเหตุหลักที่ทำให้หลอดเลือดตีบ
     สาเหตุของโรคส่วนมากเกิดจากการตีบตันเนื่องจากตะกรันโคเลสเตอรอล ที่ภาษาแพทย์เรียกว่า atherosclerosis (อะ-เธอ-โร-สะ-เคลอ-โร-สิส) ทำให้การไหลของเลือดลดลงหรือขาดหายไปส่งผลให้สมองขาดเลือด โรคนี้โดยทั่วไปเกิดขึ้นช้าๆ ใช้เวลานานปี วันดีคืนดีจึงแสดงอาการขึ้นมา โดยระยะแรกจะมีอาการสมองขาดเลือดน้อยๆ เป็นสิ่งบอกเหตุเตือนมาก่อน

      เมื่อเยื่อบุภายในหลอดเลือดมีความเสียหายเกิดขึ้นจะทำให้มีการพอกพูนของโคเลสเตอรอล ส่งผลให้หลอดเลือดตีบ และเมื่อพอกพูนมากเข้าถึงจุดหนึ่งอาจแตกออกเป็นแผลซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกล็ดเลือดมาเกาะและแข็งตัวเป็นลิ่มเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบมากขึ้นหรือตันไปเลย หากลิ่มเลือดนี้หลุดแล้วลอยไปอุดหลอดเลือดในสมอง ก็จะทำให้สมองส่วนที่เส้นเลือดนั้นส่งเลือดไปเลี้ยงขาดเลือดได้

เกิดอะไรขึ้น เมื่อสมองขาดเลือด
     เมื่อหลอดเลือดสมองถูกอุดกั้นจะทำให้สมองขาดเลือดและมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้คือ

     * กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลันหรือมีอาการชาของแขนขาข้างใดข้างหนึ่งของลำตัวด้านตรงข้ามกับส่วนสมองที่ขาดเลือด บางรายอาจเป็นอัมพาต
     * ตาบอดข้างเดียวทันที
     * พูดไม่ชัดเฉียบพลัน พูดลิ้นคับปากและไม่เข้าใจผู้อื่น
     * เวียนศีรษะหรือเดินเซเฉียบพลัน

     อาการข้างต้นบ่งบอกว่าสมองอาจจะขาดเลือด ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันที แม้ว่าอาการจะเป็นอยู่เพียงชั่วคราว ตามที่ภาษาแพทย์เรียกว่า ทีไอเอ (transient ischemic attack; TIA) ซึ่งหมายถึงการขาดเลือดชั่วคราว แต่ก็เป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะเกิดสมองขาดเลือดเต็มขั้นทำให้เกิดอัมพาตอัมพฤกษ์ในเวลาต่อมาได้ ผู้ป่วยสมองขาดเลือดส่วนมากจะมีอาการทีไอเออย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต

หลอดเลือดของเรายังดีอยู่ไหม
     การจะทราบว่าหลอดเลือดของเรายังปกติดีหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วนั้น คงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ในการวินิจฉัย ซึ่งแพทย์ก็จะมีวิธีตรวจสุขภาพของหลอดเลือดสมองคาโรติดหลายวิธี คือ

      * ฟังเสียงการไหลของเลือดบริเวณหลอดเลือดคาโรติดใกล้กล่องเสียงหรือคอหอยโดยใช้หูฟังของแพทย์ เสียงเลือดไหลผ่านหลอดเลือดที่ตีบจะมีเสียงฟู่ๆ ถ้าเอามือคลำดูอาจจะรู้สึกได้ว่ามีการสั่นไหว

      * ใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ที่ตรวจได้ทั้งภาพและลักษณะการไหลของเลือดในหลอดเลือดแดงคาโรติด

      * การสร้างภาพโดย

      o ใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดง (CT angiogram) หรือ

      o การสร้างภาพหลอดเลือดแดงโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance angiogram; MRA) ภาพเหล่านี้จะทำให้เข้าใจสภาพของหลอดเลือดแดงคาโรติดและหลอดเลือดในสมอง
วิธีทั้งสองนี้ต้องฉีดสารทึบรังสีเข้าหลอดเลือดดำที่แขนขาในขณะทำซึ่งมีการบาดเจ็บน้อยกว่าวิธีดั้งเดิมที่ใช้การฉีดสารทึบรังสีเข้าหลอดเลือดคาโรติด (carotid arteriogram) โดยตรงซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บและอันตรายมากกว่า แต่ในบางกรณีก็ยังจำเป็นต้องทำอยู่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและเข้าใจรอยโรคมากขึ้น

วิธีการรักษา
     การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของโรคโดยดูจากภาพที่ตรวจได้ตามที่กล่าวข้างต้นและอาการที่เป็น เช่น หากสมองขาดเลือดแค่ชั่วคราว หรือมีอาการน้อยก็แค่ปรับเปลี่ยนสุขนิสัยความเป็นอยู่และใช้ยาร่วมด้วยเพื่อป้องกันอัมพาต อัมพฤกษ์ ซึ่งการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมมีดังต่อไปนี้

      * ลดความเครียดของหลอดเลือดแดง โดยการลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว คล้ายกับการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน อะไรก็ตามที่ดีต่อหัวใจก็ดีต่อสมองด้วย นั่นคือออกกำลังกายให้เพียงพอ เลิกสูบบุหรี่ ลดน้ำหนัก ลดการกินอาหารที่มีไขมันสูง กินผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดการกินเกลือ (ซึ่งทำให้ความดันโลหิตสูง) โดยหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด

      * รักษาโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

      * ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดโดยการกินแอสไพรินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างอื่นตามที่แพทย์สั่ง

      อย่างไรก็ตามถ้ามีอาการสมองขาดเลือดชั่วคราวหรืออัมพาตเกิดขึ้นแล้ว ร่วมกับภาพหลอดเลือดที่พบว่าตีบมากก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัดหรือใส่สเตนท์ (stent)

       การผ่าตัดเอาตะกรันที่พอกในหลอดเลือดออก เรียกว่า endarterectomy (เอ็น-ดาร์-เตอ-เร็ก-โต-มี) ใช้รักษาในกรณีที่มีโรคที่หลอดเลือดสมองคาโรติดตีบมาก ในการผ่าตัดแพทย์อาจให้ดมยาสลบหรือให้ยาชาเฉพาะที่แล้วผ่าตัดลงไปที่คอบริเวณที่หลอดเลือดนี้ทอดตัวอยู่ แล้วผ่าเปิดหลอดเลือดเลาะเอาตะกรันที่เกาะพอกด้านในของหลอดเลือดออก หลังจากนั้นก็เย็บหลอดเลือดปิด ปล่อยให้เลือดไหลตามปกติ การผ่าตัดแบบนี้มักต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน แต่การผ่าตัดก็มีความเสี่ยงจากการที่จะเกิดสมองขาดเลือดเช่นกัน เนื่องจากในขณะผ่าตัดต้องหยุดการไหลของเลือดและลิ่มเลือดหรือตะกรันชิ้นเล็กๆ อาจจะหลุดลอยเข้าไปอุดหลอดเลือดเส้นเล็กๆ ในสมองได้

      คนไข้บางคนอาจผ่าตัดรักษาไม่ได้ก็ต้องใช้บอลลูน (ลูกโป่ง) ถ่างขยายหลอดเลือด (carotid angioplasty) แล้วใส่สเตนท์แทน แพทย์จะฉีดยาชาแล้วแทงสายสวนหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบขึ้นไปยังหลอดเลือดคาโรติดที่ตีบ จากนั้นก็ฉีดสารทึบรังสีแล้วทำบอลลูนถ่างบริเวณตีบแล้วใส่สเตนท์ค้ำจุนให้หลอดเลือดถ่างไว้ หลังทำต้องกินยาป้องกันเลือดแข็งตัวตลอดไป เนื่องจากสเตนท์ซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายจะกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือด ส่วนมากการทำหัตถการนี้ต้องอยู่พักที่โรงพยาบาล 1 วัน จากนั้นก็สามารถกลับบ้านหรือไปทำงานได้ตามปกติ

      ปัจจุบัน carotid endarterectomy
เป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดีที่สุดในคนไข้ที่ต้องรักษาโรคหลอดเลือดสมองคาโรติดตีบอย่างเร่งด่วนเนื่องจากหลอดเลือดตีบมากหรืออุดตัน ส่วนการทำบอลลูนและใส่สเตนท์จะทำในผู้ที่ผ่าตัดไม่ได้

     การป้องกันโรคโดยการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ให้มีสุขนิสัยที่ดีเป็นการลงทุนป้องกันที่ดีที่สุด อย่ารอจนถึงวันที่ต้องอาศัยผู้อื่นมาดูแลชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันทุกอย่างในสิ่งที่เราเคยทำได้เอง เพราะเมื่อถึงวันนั้นก็คงสายไปเสียแล้ว

 





For comments and suggestions about this site, contact the Webmaster
Copyright©2011 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.