MIND & SPIRIT

ลูกเราเก่งกว่าลิงมาก

article : นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ - จิตแพทย์

ทำไมมนุษย์เป็นพวกเดียวที่ขีดเขียนได้ 

มีหลักฐานการขีดเขียนปรากฏบนผนังถ้ำ พื้นโคลน และรอยสักในแทบทุกทวีป สืบสาวไปได้ไกลที่สุดคือประมาณ 32,000 ปีก่อนหน้านี้ รอยขีดเขียนเหล่านี้มีอยู่ทั่วโลก  เริ่มแรกอาจจะเป็นรูปภาพ ต่อมาจึงเป็นตัวอักษร

อินเดียนและไอนุเป็นชนเผ่าที่ขีดเขียนอะไรบางอย่างแทนตัวเลขได้  ชนเผ่าอะเมซอนมีตัวเลขแค่ 5 แต่เด็ก ๆ อะเมซอนสามารถบวกเลขฐานสิบได้ทุกคนโดยไม่ต้องไปเรียนหนังสือ นั่นคือมนุษย์สร้างสัญลักษณ์เองได้ (symbolization)

กระบวนการสร้างสัญลักษณ์และให้ความหมายแก่สัญลักษณ์ที่สร้างขึ้นนี้กินเวลานานมากเกือบสามหมื่นปีกว่าตัวอักษรจริง ๆจะปรากฏที่จีน อียิปต์ และสุเมเรีย เมื่อประมาณ 3,000-5,000 ปีล่วงมาแล้ว ตลอดระยะเวลาสามหมื่นปีนี้ไม่มีวานร (ลิง Ape) ที่ไหนขีดเขียนอะไรที่เรียกว่า “สัญลักษณ์” ได้เลย

การขีดเขียนเส้นสายต่าง ๆ นานาบนพื้นผิวต่าง ๆ นานาทำให้สมองของมนุษย์เปลี่ยนรูปและพัฒนา จนกระทั่งถึงวันที่สามารถสร้างตัวอักษร โครงสร้างและความสามารถของสมองที่พัฒนาไปนี้ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรมรุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน 

ความหมายคือ เมื่อเด็กเกิดใหม่  แล้วเห็น “ตัวอักษร” เขาจะเปิดสวิตช์พันธุกรรมและเริ่มสร้างวงจรประสาทเพื่อรอรับการอ่านและเขียน …คือเหตุผลที่เราควรอ่านหนังสือนิทานประกอบภาพให้ทารกดูและฟัง

วงจรประสาทนี้สร้างขึ้นด้วยการ "ปะทะสัมพันธ์กับวัฒนธรรมที่เด็กคนนั้นเติบโต" พร้อม ๆ กับความสามารถของสมองและจิตใจอีกหลาย ๆ ด้าน เพื่อเตรียมตัวใช้ชีวิตและภาษาในวัฒนธรรมนั้น ๆ จึงมีคำศัพท์ใหม่เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่มิใช่เรื่องทางชีววิทยาล้วน ๆ  แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมและสังคมด้วย เรียกว่า neuro-cultural network (แปลไทยตามตัวว่า วงจรประสาทวัฒนธรรม)

ระหว่างที่วงจรประสาทวัฒนธรรมนี้ยังสร้างไม่เสร็จดีแล้วเรารีบบรรจุข้อมูลลงไป อาจจะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในวัฒนธรรมที่เด็กเกิดและจะเจริญเติบโต (irrelevant neuro-culture) วานรขีดเขียนบนแท็บเล็ตได้ อุรังอุตังในสวนสัตว์หลายแห่งสามารถวาดรูปเล่นและปัดหน้าจอแท็บเล็ตเป็น  เก่งเท่า ๆ กับลูก ๆ ของพวกเราเลย แต่พลันที่นักวิจัยปิดแท็บเล็ต วานรไม่ “เห็น” เส้นที่ตัวเองขีดพวกมันก็หยุดขีด นั่นคืออะไรที่พวกมันเขียนไม่สามารถไปปรากฏในจิตใจได้ (no mental representation)  นี่คือข้อแตกต่างสำคัญจากพวกเรา พวกเราขีดเขียนกลางอากาศได้ อะไรที่เราเขียนจะปรากฏในใจด้วย นี่คือเหตุผลที่ทำให้วานรพัฒนาต่อไปไม่ได้ สร้างสัญลักษณ์ไม่ได้ และประดิษฐ์ตัวอักษรไม่ได้ในที่สุด

ชิมแปนซีทำได้แค่ขีดเขียนกระดาษได้เส้นสายที่ไร้ความหมาย (meaningless) แต่เด็กมนุษย์อายุสามขวบขีดเส้นหนึ่งเส้นบนกระดาษสีขาว  เส้นนั้นมีความหมายทันที (meaningful) เด็กขีดเส้นที่กลางหน้ากระดาษมีความหมายหนึ่ง  ขีดเส้นไว้ที่ขอบกระดาษมีอีกความหมายหนึ่ง ขีดอะไรลงไปที่ตรงไหนล้วนมีความหมายทั้งนั้น ไม่ว่าจะบนพื้นทราย บนหลังเพื่อน บนกระดานชนวน หรือบนหน้าจอแท็บเล็ต เส้นสายที่มีความหมายนั้นจะกระทบวงจรประสาทวัฒนธรรมให้เปลี่ยนรูปและพัฒนาต่อไปอีก

เด็กผสมสีน้ำเล่นเลอะเทอะ สีน้ำหลากสีที่กลืนเข้าหากันจะมีข่าวสาร (
message) ซ่อนอยู่เสมอ ข่าวสารนั้นจะวนกลับไปกระตุ้นสมองแทบทุกส่วนของเด็กให้พัฒนาต่อไป เด็กขีดสีเทียนเล่น สีเทียนขาดเป็นจุด ๆ แล้วแต่จะกดแรงเท่าใด แต่ละจุดแต่ละช่วงล้วนมีข่าวสารเช่นกัน การขีดเขียนอะไรก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสมอง  โดยไม่จำเป็นต้องรีบร้อนคัดอักษรแต่อย่างใด

เก็บความแล้วเขียนใหม่จากหนังสือ Reading in the Brain ของ S Dehaene สำนักพิมพ์ Penguin Books ปี 2010 หลาย ๆ บท