 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
ห้องน้ำเพื่อสุขภาพที่ดี
ภูมรินทร์ ณ วิเชียร มัณฑนากร
หน้าร้อนปีนี้ ต้องยอมรับว่า ร้อนจริงๆ ค่ะ แดดแรงมากๆ ท่านที่ต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ต้องเตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมหน่อยนะคะอย่าง เช่น ร่ม หมวก แว่นตากันแดด น้ำเปล่าสำหรับดื่มแก้กระหาย อ้อ! อย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะคะ ร้อนอย่างนี้มี วิธีคลายร้อนหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการได้อาบน้ำเย็นๆ ช่วยได้เยอะทีเดียว แต่อาบน้ำอย่างไรนอกจากหายร้อนแล้วยังได้รับความสุขสดชื่น แถมสุขภาพดีอีกด้วย อ๊ะ! แปลกใจใช่ไหมคะ? ว่าการอาบน้ำเกี่ยวกับสุขภาพดีได้อย่างไร วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องนี้กันค่ะ
เราทุกคนอาบน้ำกันในห้องน้ำ ห้องน้ำในที่นี้จะมีทั้งห้องส้วมและห้องอาบน้ำรวมอยู่ด้วยกัน ในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จะแยกห้องส้วมออกจากห้องน้ำ เพราะเขาคิดว่าห้องน้ำคือห้องที่ใช้สำหรับนอนแช่น้ำในอ่างอาบน้ำ ถ้ามีส้วมอยู่ด้วยคงเหม็นน่าดู แต่ในบ้านเรานิยมที่จะให้ห้องน้ำและห้องส้วมอยู่ในห้องเดียวกัน แต่จะแยกสัดส่วนกันชัดเจน ห้องอาบน้ำจะเป็นส่วนที่ใช้อาบน้ำชำระร่างกาย ห้องส้วมใช้สำหรับปลดทุกข์ ดังนั้นห้องน้ำจึงถือว่าเป็นห้องที่สกปรกและมีเชื้อโรคอาศัยอยู่มากที่สุดห้องหนึ่งในบ้านเลยทีเดียว การวางตำแหน่งของห้องน้ำในบ้านจึงสำคัญมาก 
ห้องน้ำที่ดีและถูกสุขลักษณะ ต้องตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรค ทำให้ห้องน้ำแห้ง ไม่อับชื้น ห้องน้ำควรมีการระบายอากาศที่ดี โดยการทำช่องระบายอากาศ หรือติดตั้งพัดลมดูดอากาศช่วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันกลิ่นอับภายในห้องน้ำ เชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในห้องน้ำก็จะมีทั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อเหล่านี้แหละค่ะที่สามารถทำอันตรายแก่สุขภาพของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินหายใจ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น
อุปกรณ์ที่ใช้ในห้องน้ำก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ เช่น ม่านพลาสติกที่ใช้กันน้ำกระเด็น ถ้าไม่ได้ทำความสะอาดสัก 1 อาทิตย์ลองสังเกตดูนะคะว่าจะมีคราบสีดำๆ ติดอยู่ นั่นแหละค่ะเจ้าเชื้อรา ควรทำความสะอาดม่านโดยเร็วนะคะ นำไปซัก ใช้ผงซักฟอกแล้วก็แปรงซักผ้า ขัดๆ ถูๆ ผึ่งลมให้แห้งเท่านั้นก็พอ ฟองน้ำถูตัวหรือแปรงขัดผิวด้ามยาวที่สาวๆ ชอบใช้กัน นั่นก็เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา บางท่านใช้แล้วก็ไม่ยอมนำไปผึ่งลมให้แห้ง ระวังนะคะ อ่างล้างมือ ล้างหน้าก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่อุดมไปด้วยเชื้อโรคโดยเฉพาะแบคทีเรียที่ชอบความเปียกชื้นซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ขอแนะนำให้ทำความสะอาดทุกวันค่ะ ชักโครกเป็นที่ที่ใช้ถ่ายหนักถ่ายเบาของสมาชิกในบ้าน ต้องหมั่นทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก2-3 วัน
ผ้าเช็ดมือ พรมเช็ดเท้าที่ใช้ในห้องน้ำ มักจะเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็น และเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อรา แนะนำว่าให้เปลี่ยนบ่อยๆ อาจมีสำรองไว้สัก 3 ชุดผลัดเปลี่ยนกันใช้ปลอดภัยต่อสุขภาพกว่าค่ะ แปรงสีฟันก็เป็นของใช้ของทุกคน แปรงสีฟันที่อยู่ในห้องน้ำนั้น แน่นอนต้องมีเชื้อโรคปนเบื้อนอยู่ แล้วเจ้าเชื้อโรคพวกนี้จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้ทางบาดแผลเล็กๆ ที่เกิดจากการแปรงฟันนี้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก โรคเหงือกอักเสบ ฟันผุเป็นต้น ทางที่ดีที่สุด ไม่ควรนำแปรงสีฟันที่ใช้แล้วไว้ในห้องน้ำ แล้วนำกลับมาใช้อีกโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดก่อน หรือถ้าต้องการเก็บแปรงสีฟันไว้ในห้องน้ำจริงๆ ควรหากล่องเก็บแปรงสีฟันที่มีรูระบายอากาศ ป้องกันการเปียกชื้น และควรล้างแปรงสีฟันทุกครั้งก่อนใช้แปรงฟัน ข้อสำคัญ แม้แต่ตามผนัง พื้นห้องน้ำ ที่ส่วนใหญ่ปูด้วยกระเบื้อง มักมีคราบน้ำ คราบสบู่จากการอาบน้ำ โดยเฉพาะตรงมุมที่มักมีน้ำขัง เหล่านี้ก็อาจเป็นที่สะสมอย่างดีของเชื้อราจนเปลี่ยนเป็นคราบดำๆ ลื่นๆ ดังนั้นควรทำความสะอาดพื้นและผนังห้องน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเอาให้สะอาดเอี่ยมอ่องเลยนะคะ ห้องน้ำของคุณก็จะได้ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ชวนให้ลื่นล้มทั้งยังสะอาดน่าใช้อีกด้วย
ห้องน้ำถือเป็นห้องที่หลายคนเรียกว่าเป็นโลกส่วนตัว ศิลปินชื่อดังหลายคนใช้ห้องน้ำเป็นที่ฝึกออกเสียงร้องเพลง บางคนใช้เป็นที่อ่านหนังสือขณะปลดทุกข์ อันนี้ต้องระวังนิดนึงนะคะ เพราะการนั่งบนชักโครกนานๆ นอกจากจะทำให้ขาเกิดอาการเหน็บชารับประทานแล้วยังอาจมีอาการของโรคริดสีดวงทวารแถมมาอีก คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวนี้คนเป็นโรคนี้กันเยอะค่ะ ก็ แหม! ห้องน้ำออกจะสะอาด กลิ่นหอมสดชื่น น่านั่งขนาดนั้น ใครจะไปห้ามใจไหว.... จริงไหมคะ
|
For
comments and suggestions about this site, contact the
Webmaster
Copyright©2008 TIMS (Thailand) Ltd., All rights reserved.
|
 |
 |
 |
|