DISEASE

พยาธิตัวตืด ร้าย…แค่ไหน?

พญ.สมศรี ประยูรวิวัฒน์ - อายุรแพทย์

ชายหนุ่มวัย 30 ปี หิ้วถุงพลาสติกภายในบรรจุน้ำใส มีชิ้นส่วนลักษณะคล้ายท่อนบะหมี่ชนิดแบน ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร จำนวน 5-6 ชิ้นนอนก้นอยู่ บอกหมอด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า “หมอครับ ผมรู้สึกคันก้นยุกยิกเมื่อคืนนี้ พอดูที่เป้ากางเกงใน เห็นตัวพวกนี้กระดุกกระดิก ยืด ๆ หดๆ อยู่ที่เป้ากางเกง มันคงไชออกมาจากก้นผม” เช้านี้เขาจึงรีบนำมาให้หมอดู เพียงมองผาด ๆ ฉันก็รู้ทันทีว่ามันคือพยาธิตัวตืด รีบบอกให้เขาโยนทิ้งถังขยะก่อนวางบนโต๊ะทำงาน เกรงว่าจะมีไข่พยาธิติดถุงมาเปื้อนโต๊ะ ฉันไม่อยากติดโรคพยาธิ เป็นหมอมีความรู้กลับไม่ระวัง เกิดติดพยาธิเสียเอง คงถูกผู้ป่วยหัวเราเยาะเป็นแน่
 
ผู้ป่วยหนักบางรายโดยเฉพาะคนที่เมาสุราแล้วเกิดอุบัติเหตุนอนไม่รู้สึกตัวในห้อง ICU มักอึแตก ทวารเปิด ถ่ายอุจจาระรดเต็มเตียง มีพยาธิทั้งปล้องสั้นและที่ต่อกันเป็นท่อนยาว บ้างก็เกาะกันเป็นก้อนเต็มไปหมด คุณพยาบาลจะเข้าไปทำความสะอาด เห็นปล้องพยาธิจำนวนมากมายมหาศาลกระดึ๊บ ๆ อยู่ในกองอุจจาระ เธอวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำแทบไม่ทัน และไม่กล้ากินบะหมี่อยู่เป็นสัปดาห์ ไม่รู้ว่าเก็บเอาไปฝันร้ายด้วยหรือเปล่า ถึงจะทำงานดูแลผู้ป่วยมานานก็เถอะ ในชีวิตจริงแทบไม่มีโอกาสเห็นพยาธิเยอะขนาดนี้ หากไม่ป่วยเสียเอง

คอสุราเป็นกลุ่มที่ชอบกินกับแกล้มสุก ๆ ดิบ ๆ พอเมาได้ที่ ขาดสติ มีอะไรก็กินเข้าไป จึงเป็นผู้ที่มีโอกาสติดพยาธิได้มากกว่าผู้อื่น ฉันสันนิษฐานเอาเองว่าพยาธิมันคงเมาเหมือนเจ้าของก็เลยหลุดออกมาได้ง่ายกว่าปกติ แต่อย่าหวังว่ามันจะออกมาหมด เพราะส่วนหัวของพยาธิมีหัวดูดคล้ายปลิง เกาะติดแน่นที่ผนังลำไส้เล็ก ตราบที่หัวมันยังอยู่ เดี๋ยวก็งอกใหม่ออกมาได้อีก

พยาธิตัวตืดมีกี่ชนิด

พยาธิตัวตืดมีหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยคือ พยาธิตืดหมู และ พยาธิตืดวัว สามารถก่อให้เกิดโรคในคนได้ 2 ลักษณะ คือ พยาธิตัวอ่อนเป็นถุงคล้ายเม็ดสาคูในเนื้อเยื่อ (พบเฉพาะตืดหมูเท่านั้น) และ พยาธิตัวแก่ในลำไส้ (พบทั้งตืดหมูและตืดวัว)

ถุงพยาธิตัวอ่อนที่เนื้อเยื่อ
เกิดจากการกินไข่พยาธิที่ปะปนมากับอาหาร เช่น ผักดิบ หรือกินไข่พยาธิที่ติดมือเข้าไป อาจเกิดจากการขย้อนปล้องแก่ของพยาธิที่อาศัยอยู่ในลำไส้ย้อนกลับเข้าสู่ในกระเพาะอาหาร ปล้องแก่ที่เต็มไปด้วยไข่ถูกย่อยโดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารแตกออก ตัวอ่อนที่อยู่ภายในฟักออกจากไข่ไชทะลุผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดและระบบน้ำเหลืองกระจายไปทั่วตัว แล้วไชทะลุผนังหลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองส่วนปลายเข้าไปเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนในเนื้อเยื่อ ได้แก่ เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ แขน ขา กะบังลม อาจไปอยู่ในระบบประสาท สมอง เยื่อหุ้มสมอง ไขสันหลัง ลูกตา หัวใจ ปอด ตับ ช่องท้อง เนื่องจากพยาธิตัวอ่อนที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อเหล่านี้เป็นสิ่งแปลกปลอม เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันจึงมาห้อมล้อมเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม จึงเกิดการอักเสบขึ้น แล้วเนื้อเยื่อโดยรอบก็สร้างเยื่อพังผืดมาหุ้มพยาธิเหล่านี้ไว้ ลักษณะเป็นถุงน้ำคล้ายเม็ดสาคูขนาด 0.5-3 เซนติเมตร ภายในมีหัวพยาธิตัวอ่อนขนาดเล็ก ๆ มีปากดูด 4 อัน เหตุเพราะมันอยู่นอกลำไส้จึงไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ได้ ตัวอ่อนเหล่านี้อาจมีชีวิตอยู่ได้ถึง 35 ปี นานเข้าเมื่อมันตายลงจะมีแคลเซียมมาเกาะ (ยกเว้นถุงพยาธิที่ตาและระบบประสาท) เมื่อดูจากเอกซเรย์เห็นลักษณะคล้ายเม็ดข้าวสารขนาด 0.5-2 เซนติเมตร กระจายอยู่ทั่วไป

อาการที่เกิดจากถุงพยาธิขึ้นกับตำแหน่งที่มันอยู่ หากอยู่ที่ใต้ผิวหนังอาจคลำได้ตุ่มนูนขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวโดยไม่มีอาการแต่อย่างใด หากอยู่ในลูกตาอาจทำให้ปวดตา ตาพร่ามัว ตาบอด ถ้าอยู่ที่สมองอาจทำให้มีอาการทางสมองตามตำแหน่งที่พยาธิอยู่ โดยถุงพยาธิไปกดเนื้อสมองและเกิดการอักเสบโดยรอบ หรืออาจอุดกั้นการไหลเวียนของน้ำไขสันหลัง เกิดอาการทางสมอง คือ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ตามัว อัมพาตแขน ขา ชาเฉพาะที่ ชัก อาการทางจิตประสาท

พยาธิตัวแก่ในลำไส้
เกิดจากการกินเนื้อหมูหรือเนื้อวัวที่มีตัวอ่อนของพยาธิลักษณะคล้ายเม็ดสาคูที่เราเรียกว่าหมูสาคูหรือวัวสาคูที่ปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น แหนม ลาบเนื้อ ลาบหมู พล่าเนื้อ ยำเนื้อ เนื่องจากไม่ได้ปรุงให้สุก พยาธิที่อยู่ในถุงพยาธิเหล่านี้จึงยังมีชีวิต เมื่อถูกย่อยโดยน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารและลำไส้ ตัวอ่อนจึงออกจากถุงสาคูได้แล้วไปเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ในลำไส้คนภายในเวลา 2-3 เดือน โดยส่วนหัวมีลักษณะคล้ายถ้วยมีหัวดูดเกาะติดผนังลำไส้เล็ก ปล้องที่ต่อจากหัวจะค่อย ๆ งอกปล้องใหม่ออกมาเรื่อย ๆ จนมีปล้องทั้งหมดได้มากถึง 1,000 ปล้องในตืดหมู และ 2,000 ปล้องในตืดวัว ตืดวัวมีความยาวประมาณ 5 เมตร บางตัวอาจยาวถึง 25 เมตร ส่วนตืดหมูยาว 2-7 เมตร ปล้องเกิดใหม่อยู่ที่ส่วนคอเป็นตัวอ่อนมีขนาดเล็ก เจริญเติบโตเป็นปล้องแก่อยู่ที่ส่วนหางมีขนาดใหญ่กว่า พยาธิอาจมีชีวิตอยู่ในร่างกายนานถึง 25 ปี ในปล้องแก่มีมดลูก ภายในเต็มไปด้วยไข่จำนวนมากมายได้ถึงห้าหมื่นในปล้องตืดหมู อาจมากถึงแสนในปล้องตืดวัว ปล้องเหล่านี้มักหลุดออกมาพร้อมอุจจาระหรือไชออกมาทางทวารหนักก็ได้ โดยออกมาเฉลี่ยครั้งละ 6 ปล้อง เห็นมันสามารถยืดหดได้ เมื่อปล้องแก่แตกออก ไข่สามารถกระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนตามพื้นดินหรือหญ้านานเป็นเดือน ซึ่งอาจถูกกินโดยหมูหรือวัว เมื่อหมูหรือวัวกินไข่หรือปล้องแก่ของพยาธิที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม ไข่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ ตัวอ่อนออกจากไข่จะกระจายไปตามหลอดเลือดและทางเดินน้ำเหลือง เกิดเป็นเม็ดสาคูทั่วตัวแบบเดียวกับในคน เมื่อคนไปกินเนื้อหมูหรือเนื้อวัวสาคูที่ปรุงไม่สุกเหล่านี้เข้า มันก็ไปเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวแก่ในลำไส้คน เป็นอันครบวงจรชีวิต
พยาธิที่อยู่ในลำไส้มักไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรงแต่อย่างใด อาการส่วนใหญ่เกิดจากการแย่งอาหาร อีกทั้งเกิดการระคายเคืองจากสิ่งขับถ่ายของพยาธิ ทำให้รบกวนระบบทางเดินอาหาร จึงเกิดอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หากมันไชเข้าไปในไส้ติ่ง ท่อน้ำดี ท่อตับอ่อน ก็ทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะนั้น เนื่องจากพยาธิมีตัวยาวได้ถึง 25 เมตร อาจพันกันในลำไส้ รวมตัวเป็นก้อนทำให้ลำไส้อุดกั้น หากไชทะลุผนังลำไส้อาจทำให้เยื่อบุช่องท้องอักเสบซึ่งพบได้น้อยมาก บางรายอาจมีอาการแพ้ทำให้เกิดผื่นลมพิษ

การรักษาพยาธิตัวตืดทำได้โดยการกินยาทำลายพยาธิ หากจำเป็นอาจรักษาด้วยการผ่าตัดถุงพยาธิออก สำหรับผู้ป่วยรายนี้ให้กินยาทำลายพยาธิเพียงครั้งเดียว พยาธิถูกย่อยสลายตายไป หากไม่พบพยาธิอีกใน 3 เดือน แสดงว่าหายขาดแล้ว แต่ถ้ายังพบพยาธิออกมาอีก อาจต้องกินยาซ้ำอีกครั้ง

ถ้าจะให้ดีควรป้องกันโดยการถ่ายอุจจาระในห้องสุขา ตัดเล็บให้สั้นเพราะขี้เล็บเป็นที่เก็บกักเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย และไข่พยาธิอย่างดี ควรล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังออกจากห้องสุขา และก่อนกินอาหาร กินแต่อาหารที่ปรุงสุกและสะอาดเท่านั้น ส่วนผักสดควรล้างให้สะอาดเสียก่อน เพียงเท่านี้เราก็จะห่างไกลจากโรคพยาธิทั้งปวง อีก